แชร์ 7 ไอเดียธุรกิจทำเงินในญี่ปุ่น น่าลองนำมาลงทุนในไทย

ทุกวันนี้การเริ่มต้นทำธุรกิจไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปแล้ว เพียงแค่มีไอเดียดี ๆ ก็สามารถทำให้บางคนคนกลายเป็นเจ้าของธุรกิจ ทำรายได้มหาศาลให้เห็นมานักต่อนักแล้ว และถ้าจะพูดถึงประเทศที่เป็นเจ้าแห่งความคิดสร้างสรรค์ จนเกิดไอเดียธุรกิจใหม่ ๆ ออกมาให้เราแปลกใจอยู่เสมอ คงต้องนึกถึงประเทศญี่ปุ่นแน่นอน กระปุกดอทคอม จึงได้คัดไอเดียธุรกิจใหม่ ๆ ในญี่ปุ่นมาฝากทุกคนกัน บอกไว้ก่อนเลยว่าหลาย ๆ ธุรกิจน่าลองนำมาลงทุนในไทยไม่น้อย

1. หุ่นยนต์ให้เช่า

ปัจจุบันกระแสนำหุ่นยนต์มาทำงานแทนมนุษย์กำลังได้รับความนิยมไปทั่วโลก และในญี่ปุ่นเองที่ใช้หุ่นยนต์จำนวนมาก ก็มีธุรกิจใหม่ ๆ ที่น่าสนใจอย่างหุ่นยนต์ให้เช่าออกมาเพื่อให้ลูกค้าบริษัท องค์กรต่าง ๆ ลองนำหุ่นยนต์ไปทดลองใช้ก่อนตัดสินใจซื้อ เพราะหุ่นยนต์แต่ละตัวมีราคาค่อนข้างสูง ซึ่งธุรกิจหุ่นยนต์ให้เช่าในญี่ปุ่นก็กำลังบูมและเป็นที่ต้องการของตลาดเป็นอย่างมาก

2. บริการเก็บของแฟนเก่า

เป็นธุรกิจที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นได้ แต่ก็เกิดขึ้นแล้วกับบริการรับเก็บของแฟนเก่า ที่ออกมาช่วยหนุ่มสาวที่มีแฟนใหม่ไปแล้ว แต่บางทีก็ดันลืมแฟนเก่าไม่ได้ ข้าวของเครื่องใช้ที่เคยเป็นความทรงจำดี ๆ ในอดีตจะทิ้งไปก็เสียดาย จะเก็บไว้ก็กลัวจะเกิดปัญหาบ้านแตก เพราะฉะนั้น เอาไปเก็บไว้กับบริษัทรับเก็บของแฟนเก่าน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด

โดยบริษัท Miniku Love ในญี่ปุ่น ได้เปิดบริการรับเก็บของแฟนเก่า เพียงแค่ซื้อกล่องราคา 250 เยน หรือราว 75 บาท เพื่อใส่ของที่คุณอยากเก็บไว้ และจะคิดค่าเช่าอีก 250 หรือ 75 บาทต่อเดือน ยังไม่หมดแค่นั้น บริษัทยังมีบริการรับอ่านจดหมายรักของคุณและอัดเสียงเก็บไว้ให้ด้วย เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่น่าสนใจจริง ๆ

3. Maid Gym ยิมที่มีสาวเมดเป็นเทรนเนอร์

เดี๋ยวนี้ธุรกิจฟิตเนสแบบเดิม ๆ อาจจะไม่ดึงดูดใจมากพอแล้ว ผู้ประกอบการในญี่ปุ่นจึงต้องหาไอเดียเพื่อสร้างจุดขายใหม่ ๆ ด้วยการนำธุรกิจฟิตเนสมาผสมผสามกับเมดคาเฟ่ โดยนำสาว ๆ หน้าตาน่ารักในชุดเมดมาทำหน้าที่เป็นเทรนเนอร์ส่วนตัวให้กับลูกค้า ซึ่งน่าจะโดนใจกลุ่มลูกค้าหนุ่ม ๆ ให้ต่อแถวเข้าใช้บริการฟิตเนสได้ไม่น้อยเลยล่ะ

ปัจจุบัน MAID GYM เปิดให้บริการสาขาแรกแล้วในย่านอากิฮาบาระของโตเกียว โดยมีค่าธรรมเนียมแรกเข้า 10,000 เยน หรือประมาณ 3,000 บาท และค่าบริการรายชั่วโมงอยู่ที่ 7,500 เยน หรือประมาณ 2,200 บาท ซึ่งนับว่าเป็นราคาที่สูงพอสมควร แต่หลายคนก็ยอมจ่ายเข้ามาใช้บริการเป็นจำนวนมาก นับเป็นการต่อยอดธุรกิจที่สร้างสรรค์และน่าสนใจสุด ๆ

4. ทำความสะอาดบ้านผู้สูงอายุที่เสียชีวิตอย่างลำพัง

เนื่องด้วยญี่ปุ่นได้ก้าวเข้าสู่ประเทศสังคมผู้สูงอายุ ประกอบกับหลาย ๆ ครอบครัวแยกออกมาอยู่ตามลำพังมากขึ้น บ่อยครั้งเราจึงมักจะเจอกับเหตุการณ์มีผู้สูงอายุเสียชีวิตอย่างลำพังในบ้านพัก ซึ่งกว่าจะมีคนมาเจอก็ผ่านไปเป็นเวลานาน จึงจำเป็นต้องดูแลความสะอาดของศพและที่พักกันเป็นพิเศษ จนทำให้ธุรกิจนี้เฟื่องฟูอย่างมากในญี่ปุ่น

ปัจจุบันมีบริษัทรับความสะอาดลักษณะนี้มากกว่า 5,000 แห่งแล้ว โดยสิ่งที่บริษัททำคือการทำความสะอาดแบบพิเศษ ทั้งการฆ่าเชื้อ ล้างแบคทีเรีย นำขยะที่ถูกทิ้งสะสมไว้ในบ้านไปทิ้ง รวมไปถึงการจัดการกับทรัพย์สินของผู้ตาย ซึ่งทั้งหมดมีการทำงานด้วยพนักงานมืออาชีพที่สวมชุดป้องกันเชื้อโรคเป็นอย่างดี

5. ห้องระบายความโกรธ 

คงจะดีถ้าเราสามารถระบายอารมณ์ ด้วยการขว้างปาสิ่งของได้โดยไม่ทำให้ใครต้องเดือดร้อน จึงเกิดเป็นไอเดียธุรกิจให้คนมาขว้างปาข้าวของ ระบายอารมณ์โกรธ ลดความเครียด อยากจะร้องเหวี่ยงวีนอะไรได้ตามใจชอบเลย ซึ่งบูมในญี่ปุ่นมาได้สักพักใหญ่แล้ว แต่เราก็ยังไม่เห็นนักธุรกิจไทยนำเข้ามาเปิดให้บริการสักที

โดยภายในห้องจะเปิดให้ลูกค้าเข้ามาระบายอารมณ์แบบไม่ต้องแคร์โลก พร้อมด้วยแก้ว จาน เก้าอี้ ลูกบอล และของใช้สารพัดอย่างให้คุณขว้างปา ทำลายได้แบบเต็มที่ไปเลย

6. แชร์ห้องในบ้านให้นักท่องเที่ยวเช่า

ใครที่เคยไปเที่ยวญี่ปุ่น โดยเฉพาะเหล่าแบ็คแพ็กเกอร์น่าจะคุ้นเคยกับธุรกิจนี้ของ Airbnb หรือ Hyakuren เป็นอย่างดี ซึ่งเป็นบริการออนไลน์ที่เป็นตัวกลางให้คนนำที่พักของตัวเอง มาแบ่งเช่าให้กับนักท่องเที่ยวที่สนใจได้โดยตรง จนได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในญี่ปุ่น เพราะช่วยให้นักท่องเที่ยวหาที่พักได้ในราคาถูกกว่าไปเช่าโรงแรม แถมยังได้บรรยากาศแปลกใหม่ที่ต่างออกไปอีกด้วย
ทำให้ธุรกิจแชร์ห้องพักกลายเป็นตัวช่วยสร้างรายได้เสริมให้คนญี่ปุ่นได้ไม่น้อยเลย เพราะเพียงแค่มีห้องพักในบ้านว่างสักห้อง ก็สามารถนำมาปล่อยเช่าผ่านเว็บไซต์ สร้างรายได้เข้ากระเป๋าแบบง่าย ๆ

7. แชร์ค่ารถ ทางเดียวกันไปด้วยกัน

เคยคิดไหมว่าถ้ามีคนมาช่วยแชร์ค่ารถ ค่าน้ำมันกับเรา เวลาเดินทางไปที่ต่าง ๆ ก็คงจะดีไม่น้อย ซึ่งตอนนี้มีบริษัท StartUp ในญี่ปุ่นจับเอาแนวคิดไปสร้างเป็นธุรกิจจริง ๆ แล้ว โดยคิดค้นแอปพลิเคชันชื่อว่า Notteco ที่เปิดโอกาสให้เราเข้าไปหาคนแชร์ค่ารถกับคนอื่น ๆ ที่เดินทางไปทางเดียวกันกับเราได้ เรียกได้ว่าธุรกิจนี้สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ได้เป็นอย่างดี และยังช่วยให้ทั้งเจ้าของรถและผู้ร่วมเดินทางประหยัดเงินได้เยอะเลย

เห็นกันไหมว่าหลาย ๆ ไอเดียธุรกิจในญี่ปุ่นนั้น มีโมเดลที่น่าหยิบมาลงทุนในไทยไม่น้อยเลย แต่ถึงอย่างนั้น อาจจะต้องมีการปรับรูปแบบบางอย่างให้เข้ากับวัฒนธรรมและนิสัยของคนไทยด้วย ซึ่งถ้าสามารถนำมาประยุกต์ให้เข้ากับคนไทยได้ เชื่อว่าโอกาสที่จะประสบความสำเร็จไม่ไกลเกินเอื้อมแน่นอน 

money.kapook.com

 

ธุรกิจท่องเที่ยวเชียงใหม่ต้องปรับตัว เมื่อตลาดจีนเปลี่ยน

เมื่อวันก่อนคุยกับร้านขายอาหาร Streed Food แถวประตูช้างเผือก..ผู้ค้าบอกนักท่องเที่ยวจีนลดลงไปโดยเฉพาะกลุ่มทัวร์ แต่มีแบบมากันเองรายคน หรือ F.I.T เพิ่มมากขึ้น…

วันนี้ได้คุยกับคนขับรถสองแถวแดง ตัวอย่างหนึ่งที่ได้รับผลกระทบนักท่องเที่ยวจีนลดลง คนขับรถสองแถวคนนี้บอกว่า ปกติดขับรถสองแถวแดงบริเวณหลังประตูท่าเเพ ตั้งแต่ช่วงเทศกาลลอยกระทงก็รู้สึกว่าปีนี้นักท่องเที่ยวลดลงไม่เหมือนทุกปี ก่อนหน้าปีก่อนๆ รายได้จากการขับรถจะไม่ต่ำกว่าวันละ 1,500-2,000 บาท ขับรถตั้งแต่ 8.00-21.00 น. เดี๋ยวนี้รายได้วันหนึ่ง 1,000 บาทแทบจะไม่เห็น เหลือเพียง 500-800 บาท

“ก่อนหน้านี้นักท่องเที่ยวจีนเยอะ ตอนนี้หายไป 50-60 เปอร์เซ็นต์ จะเห็นนักท่องเที่ยวมากันเอง ไม่ได้มาแบบรถบัส 100-200 คน ตอนนี้มาเป็นกลุ่มอย่างมาก 7-8 คน” คนขับสองแถวแดงย่านประตูท่าแพกล่าว

ส่วนคนขับรถตุ๊กตุ๊กบริเวณประตูท่าแพเช่นเดียวกันบอกว่า “ก่อนหน้านี้นักท่องเที่ยวจีนมาแบบกลุ่มทัวร์ ตอนนี้มากันก็ยังมาขึ้นตุ๊กตุ๊ก ยังไปได้ดีอยู่ได้ มีรายได้มากกว่าวันละ 1,000 บาท ก่อนหน้ามาเป็นกลุ่มทัวร์ก็ไปตามกลุ่มทัวร์ตามรถบัสเราไม่ได้ลูกค้าถือว่ามีรายได้ดีอยู่”

ภัคนันท์ วินิจชัย ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานเชียงใหม่ (ททท.เชียงใหม่) เปิดเผยสถานการณ์ภาพรวมนักท่องเที่ยวเชียงใหม่ยังเป็นบวกตัวเลขปีนี้ ระหว่าง ม.ค.-ก.ย. มีนักท่องเที่ยวแล้ว 7.1 ล้านคน เพิ่มขึ้น 3.91% สร้างรายได้กว่า 7.38 หมื่นล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 8.48 ล้านบาท อัตราห้องพักเฉลี่ย 74.26% (ดูรายละเอียดตามตามตาราง)

ซึ่งเมื่อเทียบกับปีที่แล้วนักท่องเที่ยวเดินทางมาเชียงใหม่ 10 ล้านคน เป็นคนไทย 70% หรือประมาณ 7 ล้านคน อีก 3 ล้านคนเป็นต่างชาติ โดยนักท่องเที่ยวจีนที่มาเที่ยวเชียงใหม่กว่า 1 ล้านคน ที่เหลือส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวญี่ปุ่น ยุโรป อเมริกา

นักท่องเที่ยวต่างชาติอันดับหนึ่งของเชียงใหม่ปัจจุบันยังเป็นนักท่องเที่ยวจีน (ดูสถิตินักท่องเที่ยวจีนปีล่าสุด 61 ปัจจุบัน นักท่องเที่ยวจีนมี 6.4 แสนคน รองลงมามาเกาหลีใต้ 5.2 หมื่นคน)

หากดูสถิติตัวเลขของท่าอากาศยานไทย (ทอท.) ยังพบว่านักท่องเที่ยวจีนยังเดินทางมาเรื่อยๆ และปรับลดลงเล็กน้อยหลังเหตุการณ์เรือล่มที่จังหวัดภูเก็ต จังหวัดเชียงใหม่ก็ได้รับผลกระทบด้านจิตวิทยาเรื่องความปลอดภัย-มาตรฐานการท่องเที่ยว แต่เมื่อรวมตลอดทั้งปียังเพิ่มอยู่เพราะต้นปีนักท่องเที่ยวจีนโตกว่า 50%

ผู้อำนวยการ ททท.เชียงใหม่ ระบุว่าหลังนักท่องเที่ยวจีนลดลงถือว่าเป็นช่วงปรับฐานนักท่องเที่ยว เดิมนักท่องเที่ยวจะเดินทางมาแบบกลุ่มทัวร์ แต่ตอนนี้เทรนด์ของการเดินทางของชาวต่างชาตินิยมเดินทางมาท่องเที่ยวเอง หรือ F.I.T

ถ้าเปรียบเทียบกับกลุ่มทัวร์จะส่งผลดีกับท้องถิ่นมากกว่า เนื่องจากนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้จะหาข้อมูลจะไปไหน กินอะไร เดินทางอย่างไร ดังนั้นการกระจายตัวของรายได้จะดีกว่ากลุ่มทัวร์ เพราะกลุ่มทัวร์จะถูกกำหนดมาแล้วจากเมืองจีน และไปเป็นเป็นกลุ่มไปซื้อที่ไหน กินที่ไหน

นักท่องเที่ยว F.I.T จะนั่งรถไปเองกินอาหารข้างทาง ไปเที่ยวชุมชน กระจายรายได้สู่ชุมชน ปัจจุบันมีสูงถึง 70% ซึ่งโครงสร้างนี้เป็นแบบเดียวกันทั่วโลก…

นี่จึงเป็นสิ่งที่ภาคธุรกิจท่องเที่ยวที่ต้องปรับตัวรองรับนักท่องเที่ยว และเราจะพึ่งนักท่องเที่ยวจีนอย่างเดียวไม่ได้ อนาคตหากกลุ่มนี้หายไปมาก ผู้ประกอบการไม่ปรับตัวก็อาจได้รับผลกระทบ สำหรับนักท่องเที่ยวจีนที่มาเที่ยวเชียงใหม่จะใช้เวลาประมาณ 5-7 วัน ใช้จ่ายต่อคนประมาณ 50,000 บาท

http://news.thaipbs.or.th

หมดยุค ‘ตัวกูของกู’ มาพลิกธุรกิจให้ปังด้วยวิธีที่ไม่ต้องเป็นกูรูก็ทำได้

จากประสบการณ์ที่มีโอกาสทำงานกับ SME มา ทำให้มองเห็นทฤษฎีการตลาดแนว ‘ตัวกูของกู’ ในธุรกิจ SME หลายๆ เจ้า คงเพราะเกิดจากความมั่นใจ และแน่วแน่ในการทำการค้า ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีในการทำธุรกิจ
แต่ว่าความมั่นใจเกินไปของตัวเราเอง  และการจมอยู่ในอ่าวข้อมูลมากเกินไป  ก็เป็นดาบสองคม ที่สามารถทำให้ธุรกิจของเราล่มสลายได้ จึงขอแชร์ทฤษฎีหรือวิธีที่ทำให้เราไม่ยึดถือตัวตนจนมากเกินไป ไม่ยึดคลื่นข้อมูลมากไปที่อาจทำให้เราไม่รู้จะไปซ้ายหรือขวา

มาลองคิด ลองทำการค้าโดยการนำศาสตร์และศิลป์มาผสมผสานกัน เหมือนตอนเราเรียนวิทยาศาสตร์ตอนเด็กๆ เราสามารถใช้จินตนาการของเราในการตั้งคำถาม และออกไปสังเกตทดลองจนได้ความจริง

1.การตั้งสมมุติฐานเป็นสิ่งสำคัญ ตั้งโจทย์ ตั้งคำถาม แล้วออกไปค้นหา ซึ่งสามารถใช้ได้กับทั้งการเคลื่อนไหวทางการตลาด การแข่งขันของคู่แข่ง การวิเคราะห์ผู้บริโภค หรือหากลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการจับ  หรือแม้กระทั่งสำหรับตัวบริษัทหรือแบรนด์เราเอง  โครงสร้างง่ายๆ  ผลนี้เกิดขึ้นเพราะเหตุนี้ตัวอย่างง่ายๆ  เช่น คุณอยากจะขายเสื้อผ้าแฟชั่นเกาหลี คุณคิดว่าใคร คือ กลุ่มเป้าหมาย คนที่ชอบใส่เสื้อผ้าแฟชั่นเกาหลี คือคนที่ชอบดูซีรี่เกาหลี หรือเป็นติ่งเกาหลีคอยตามดารานักร้องสักคน หรือคนที่ชอบใส่เสื้อผ้าแฟชั่นเกาหลี เพราะชอบสไตล์ตัวร้ายสุดเปรี้ยวในละคร เพราะมันโดดเด่นมีคาแรคเตอร์

2.สำรวจหาข้อมูล หาข้อมูลจากการอ่านหนังสือ หรือถามอากู๋ สังเกตุมองดูพฤติกรรมผู้คน ถามใจกลุ่มเป้าหมายของเราจริงๆ  ว่าเขาเหล่านั้นต้องการอะไร?  ฯลฯ หาคำตอบที่ไปช่วยคลายปมสมมติฐานที่ตั้งไว้ เพื่อช่วยกลั่นกรองความคิดให้สิ่งในหัวไม่ฟุ้งซ่าน ด้วยการศึกษา และยอมรับความจริง

3.กลับมาวิเคราะห์ว่าโจทย์ที่เราตั้งสมมุติฐานไว้ ถูกต้อง ตอบโจทย์ครบทุกสิ่งที่เราได้ตั้งสมมุติฐานแล้วหรือยัง ซึ่งผลที่ออกมา อาจจะผิด หรือถูก หรืออาจจะไม่ตรงใจเรา ไม่ตรงสมมติฐาน ซึ่งเราต้องยอมรับว่ามันคือความจริง และนี่คือสิ่งที่จะทำให้เราหยุดหลอกตัวเองได้ บางทีมันคือสิ่งที่ทำให้เราเห็นโอกาสใหม่ๆ ได้ดีอีกด้วย

 “กูเป็นคนแบบนี้” “คนอื่นก็น่าจะเป็นเหมือนกูนี่แหละ”

นี่คือ หายนะ หรือสิ่งเร้าที่จะทำให้ธุรกิจเราพินาศ เพราะพฤติกรรมมนุษย์ นั้นมีความแตกต่างกัน และยิ่งในสมัยนี้ด้วยแล้ว มนุษย์ไมโครโมเมนต์ (Micro moment)  ตัดสินใจกันปุ๊บปั๊บใจไวกว่าแสง มีปัญหาชีวิต ล้วนมีผลกับการตัดสินใจทั้งสิ้น เราจะมาคิดเหมาเอาว่าทุกคนคิดเหมือนเรา หรือคล้ายเราไม่ได้!

ทีนี้ลองมาวิเคราะห์ตลาดสมัยใหม่ หรือหันมามอง 4Pมุมใหม่ กับหย่งว่านฝุ่นกัน โดยลองเอาความเป็นคนมาเป็นตัวตั้งในการที่จะออกไปวิเคราะห์ค้นหาจุดยืนของสินค้าเรา หรือจะเรียกว่าวิธีการเข้าหากลุ่มเป้าหมายแบบไม่หลอกตัวเองก็ได้

เป็นวิธีคิดของ นักการตลาดท่านหนึ่งชื่อ Forrester เขาให้วิธีคิดว่า หากเราคิดแบบ 4P เดิมๆ แบบว่า เราคิดว่าจะทำสินค้า ราคา ขาย โปรโมทแบบนี้  อ้าวแต่หากเราคิดว่าเดี๋ยวนี้ คน สำคัญทำไมไม่คิดอีกแบบ  ยกตัวอย่างง่ายๆ

Problem :     คนมีปัญหาอะไรในชีวิต ?    เขาต้องการอะไร ?     จิตใจช่วงนี้เขาเป็นอย่างไร ?
Pattern :     มีวิธีการบริโภคอย่างไร และใช้สิ่งไหนมาแก้ปัญหาชีวิต ?
Path :     วิธีการนำมาซึ่งการแก้ปัญหาของเขานั้นจนสำเร็จ เขาทำอย่างไร ?
Proof :     สิ่งไหนที่เขาใช้แล้วประสบผลสำเร็จ ?

ตอนนี้จะเห็นชัดเลยว่า วิธีการทำธุรกิจแนวใหม่ต่างจากแนวเดิมๆที่เราเคยใช้กันอยู่ อย่างน้อยมันจะทำให้เราพบสัจธรรมทางการตลาดที่ล้วนมาจากความเป็นจริง โดยใช้กึ๋นทั้งศาสตร์และศิลป์ในตัวเรา คิดตั้งคำถาม วิเคราะห์ จนได้บทสรุปที่แท้จริง

อย่าเบื่อที่จะนำสิ่งเหล่านี้มาใช้ ทดลอง ทดสอบ ซ้ำๆ เพราะมันจะเป็นอาวุธที่จะนำพาให้ธุรกิจ SME ของเราเติบโตไปสู้กับคู่แข่งทั้งรายเล็กรายใหญ่ในตลาดหินๆ โหดๆ ได้
     ทิ้งคำว่าตัวกูของกู แล้วออกไปล้มยักษ์กัน
www.smethailandclub.com

มีผู้ช่วยคิด พาธุรกิจไปได้ไกลกว่า เหตุผลดี ๆ ทำไม SME ควรมีที่ปรึกษา

 คุณว่าความยากที่สุดในการทำธุรกิจคืออะไร? หลายคนอาจคิดว่าคู่แข่ง หลายคนคิดถึงเรื่องลูกค้า แต่สิ่งที่ยากที่สุดสำหรับผู้ประกอบการ คือการก้าวข้ามความกลัวที่จะล้มเหลว ความไม่กล้าเสี่ยง  และการไม่ยอมเปลี่ยนแปลง สิ่งเหล่านี้แหละที่จะทำให้ผู้ประกอบการติดอยู่ที่เดิม

“There are no dead ends. There is always a way out. What you learn in one failure you utilize in your next success.” — Henry Ford คำที่ Henry ได้พูดไว้คือ มันไม่มีหรอกทางตัน มีแต่ทางออก สิ่งที่คุณเรียนรู้จากความผิดพลาดคือสิ่งที่คุณนำไปใช้ได้ในความสำเร็จครั้งต่อไป

ในการทำธุรกิจก็เช่นกัน บางครั้งคุณก็อาจต้องก้าวออกจากความกลัว ต้องยอมเสี่ยง ต้องเจอกับความผิดพลาดบ้าง แต่สิ่งสำคัญคือ Don’t Give up อย่ายอมแพ้กับอุปสรรคง่าย ๆ แล้วหาทางแก้ไขให้ได้ แต่ก็เข้าใจว่าการแก้ไขปัญหาทุกอย่างด้วยตัวคนเดียว บางครั้งอาจเหนื่อยและเกินกำลัง บางเรื่องอาจเป็นเรื่องที่คุณไม่เชี่ยวชาญ บางเรื่องอาจจะต้องการ Guru ที่เชี่ยวชาญมากกว่ามาช่วยให้คำแนะนำดี ๆ การทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จด้วยตัวคนเดียวจึงเป็นอะไรที่ยากหากเทียบกับการมีที่ปรึกษาหรือ Partner ดี ๆ ไว้ใกล้ตัวสักคน ทุกอย่างก็คงง่ายขึ้น

ยอมรับว่าคุณไม่ได้เก่งทุกเรื่องบนโลก 

ก่อนอื่นคุณต้องเปิดใจยอมรับก่อนว่า คุณคือคนคนหนึ่งที่ยังมีเรื่องมากมายที่ไม่รู้ บางครั้งเวลาต้องเจอปัญหาหนัก ๆ เรื่องเฉพาะเจาะจง อาจต้องเอ่ยปากขอความช่วยเหลือจากคนอื่นบ้าง คุณอาจจะเกรงใจ ไม่อยากให้ใครมาช่วย แต่เชื่อเถอะว่าการแก้ปัญหาโดยคนที่รู้จริงนั้นจะตรงจุดกว่า เหมือนเวลาที่คุณป่วยก็ยังต้องไปหาหมอเฉพาะด้านเลยจริงมั้ย เพราะฉะนั้น การเอ่ยปากขอความช่วยเหลือจากคนอื่นไม่ใช่สิ่งที่ผิด แต่เป็นเรื่องที่ควรทำอย่างยิ่ง

มีที่ปรึกษาย่อมดีกว่าการคิดคนเดียว 

คนเดียวหัวหาย สองคนเพื่อนตาย คำนี้ยังใช้ได้ดีเสมอ ในช่วงเวลาที่ทุกอย่างนั้นถาโถม การอยู่คนเดียว คิดอะไรคนเดียว คุณก็จะเห็นสิ่งเหล่านั้นอยู่แค่มุมเดียว แต่หากคุณลองนำเรื่องต่าง ๆ ไปปรึกษาคนอื่น ปรึกษาคนรอบข้าง คุณก็น่าจะได้มุมมองใหม่ ๆ ที่ต่างออกไปแถมยังสามารถนำมุมมองเหล่านี้มาต่อยอด พัฒนาธุรกิจได้อีกด้วย

เลือกปรึกษาคนที่เป็น Guru

หากคุณยังไม่รู้ว่าควรจะหันหน้าไปปรึกษาใครดี ลองดูสิว่าตอนนี้คุณกำลังมีปัญหาเรื่องไหน ทำธุรกิจอยู่ในอุตสาหกรรมใด แล้วมองหา Guru ในอุตสาหกรรมนั้น ๆ หรือผู้เชี่ยวชาญในเรื่องที่คุณกำลังมีปัญหา ก็น่าจะช่วยทำให้ Pain Point ของคุณได้รับการแก้ไขอย่างตรงจุดที่สุด

เพราะเห็นถึงข้อจำกัดของผู้ประกอบการ SME ที่บางครั้งต้องทำธุรกิจโดยลำพัง ทำให้โอกาสที่จะเติบโตอาจยากกว่าเมื่อเทียบกับบริษัทใหญ่ ๆ ด้วยเหตุนี้ SCB Business Center ศูนย์ธุรกิจ SME รูปแบบใหม่ของธนาคารไทยพาณิชย์ ที่เปิดขึ้นมาเพื่อช่วยตอบโจทย์ทุกความต้องการทางธุรกิจให้สามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง และได้มีบริการที่จะช่วยขจัด Pain Point ของ SME ได้อย่างตรงจุด ซึ่งเป็นบริการที่จะเฟ้นหา Guru ที่เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมต่าง ๆ มาทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้กับ SME ได้เข้ามาพูดคุย ปรึกษาปัญหาธุรกิจ หรืออยากต่อยอดธุรกิจ แต่ไม่รู้จะเริ่มอย่างไร เพียงแค่โทรมานัดหมายล่วงหน้าเพื่อขอรับคำปรึกษากับ Guru ได้แบบตัวต่อตัว

ทั้งนี้ ในเบื้องต้นนี้ SCB Business Center ได้จัดเตรียมผู้เชี่ยวชาญไว้ให้คำปรึกษากับผู้ประกอบการใน 3 กลุ่มธุรกิจด้วยกัน ได้แก่ ธุรกิจโรงแรม ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจการผลิต ซึ่งเป็นธุรกิจที่อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ธนาคารไทยพาณิชย์มุ่งมั่นให้ความสำคัญที่จะผลักดันให้อุตสาหกรรมเหล่านี้เติบโตได้อย่างเข้มแข็งในอนาคต

www.smethailandclub.com

 

พาณิชย์ ปั้น ‘OTOP SELECT’ สู่ตลาดสร้างสรรค์แข่งสากล

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดแผนปรับภาพลักษณ์เศรษฐกิจสร้างสรรค์ให้ 2 ผลิตภัณฑ์ที่มีความสำคัญต่อธุรกิจท้องถิ่นไทย เติบโตแบบไม่หยุด ฉุดไม่อยู่ เน้นผลิตภัณฑ์ ‘OTOP SELECT’ เปิดเวทีเชื่อมสินค้ากับผู้บริโภค 4 ครั้ง ทั่วไทย พร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทย เชื่อมโยงแหล่งผลิตสู่การท่องเที่ยวแบบยั่งยืน Continue reading “พาณิชย์ ปั้น ‘OTOP SELECT’ สู่ตลาดสร้างสรรค์แข่งสากล”

ครองใจโซเชียล โฆษณาวิ่งหา “อินฟลูเอนเซอร์” ผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในยุคออนไลน์

ในปัจจุบันที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น ผู้บริโภคจึงมักจะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่บนโลกออนไลน์ อย่างพฤติกรรม Mobile First ที่มักจะใช้เป็นช่องทางแรกในการเลือกเสิร์ชหาข้อมูลต่างๆ ที่สนใจ ทำให้นักการตลาดและแบรนด์ต่างๆ หันมาทำ Content Marketing ให้ใกล้ชิดและสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ “Influencer” อินฟลูเอนเซอร์ หรือผู้ทรงอิทธิพลทางความคิดเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสําคัญของกลยุทธ์การตลาด Continue reading “ครองใจโซเชียล โฆษณาวิ่งหา “อินฟลูเอนเซอร์” ผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในยุคออนไลน์”

ปักหมุด7ปีเอเชียอาคเนย์สู่ระบบไร้เงินสด

ผลศึกษาจากวีซ่าพบผู้ตอบแบบสอบถาม 43% ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้คาดว่า ประเทศของตนจะเข้าสู่ระบบไร้เงินสดเต็มตัวภายใน 7 ปี ขณะที่นิกเกอิ เอเชียน รีวิวรายงานว่า การขาดแคลนโครงสร้างพื้นฐานด้านการธนาคารและการชำระเงินส่งให้ไทยและเวียดนามก้าวกระโดดแซงหน้าเพื่อนบ้านที่รวยกว่าอย่างสิงคโปร์และมาเลเซีย ขึ้นแท่นผู้นำด้านการชำระเงินระบบอิเล็กทรอนิกส์ในเอเชียอาคเนย์ Continue reading “ปักหมุด7ปีเอเชียอาคเนย์สู่ระบบไร้เงินสด”

เอสเอ็มอี มีเฮ! พาณิชย์จับมือ สรรพากร เว้นค่าปรับ กรณีส่งงบ-ยื่นภาษีผิด

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า จับมือ กรมสรรพากร และสภาวิชาชีพบัญชี ช่วยเหลือเอสเอ็มอีไทย กรณีเคยนำส่งงบการเงินและยื่นแบบภาษีอากรผิดพลาด ไม่ต้องกลัวเสียค่าปรับ-จ่ายเงินเพิ่ม หรือ มีความผิดทางอาญา โดยให้ลงทะเบียนขอยกเว้นเบี้ยปรับฯ กับกรมสรรพากร พร้อมชำระเงินภาษีอากรส่วนขาดให้ครบทั้งจำนวน ภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2562  Continue reading “เอสเอ็มอี มีเฮ! พาณิชย์จับมือ สรรพากร เว้นค่าปรับ กรณีส่งงบ-ยื่นภาษีผิด”

สัมมนาฟรี พลิกความคิด…วัสดุเหลือใช้ สู่กำไรที่มองไม่เห็น

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ขอเชิญผู้ประกอบการ เอสเอ็มอี และผู้สนใจ เข้าร่วมสัมมนา “พลิกความคิด…วัสดุเหลือใช้ สู่กำไรที่มองไม่เห็น (Innovative SMEs for Sustainable Economy in Waste Management)” Continue reading “สัมมนาฟรี พลิกความคิด…วัสดุเหลือใช้ สู่กำไรที่มองไม่เห็น”