เงินภาษีหัก ณ ที่จ่าย

tax

ความหมาย คือ เงินที่ผู้จ่ายเงินหักจากผู้ขายไว้เพื่อนำส่งกรมสรรพากร
ทำไมต้องหัก ณ ที่จ่าย กล่าวคือ

  1. เพื่อเป็นการบรรเทาภาระการเสียภาษีให้แก่ผู้รับเงินได้ ซึ่งจะได้ไม่ต้องเสียภาษีเงินได้ในคราวเดียวเป็นจำนวนมาก เมื่อถึงกำหนดเวลายื่นรายการเสียภาษี แต่ให้เสียภาษีเป็นคราวๆไปตามจำนวนเงินที่ได้รับ
  2. เพื่อให้รัฐบาลมีรายได้เข้าคลังอย่างสม่ำเสมอ ทำให้รัฐบาลสามารถใช้จ่ายเงินในการดำเนินงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามแผน พัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้อย่างราบรื่น อันจะก่อให้เกิดสภาพคล่อง และลดภาวะการเงินตึงตัวในระบบเศรษฐกิจของประเทศ
  3. เพื่อลดแรงกดดันในการหลีกเลี่ยง หรือพยายามหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากร และลดภาระหน้าที่ในการตรวจสอบภาษี หรือการติดตามการจัดเก็บภาษีในภายหลัง

หลักเกณฑ์การหักภาษี ณ ที่จ่าย กรณีการจัดซื้อจัดจ้าง

  • ซื้อหรือจ้างบุคคลธรรมดา ตั้งแต่ 10,000 บาท ขึ้นไปหักร้อยละ 1 ของจำนวนเงินค่าสินค้าหรือค่าบริการ ก่อนบวกภาษีมูลค่าเพิ่มและก่อนหักภาษีหรือค่ปรับอื่นใด
  • ซื้อหรือจ้างนิติบุคคล ตั้งแต่ 500 บาทขึ้นไป หักร้อยละ 1 ของจำนวนเงินค่าสินค้าหรือบริการ ก่อนบวกภาษีมูลค่าเพิ่มหรือปรับอื่นใด

สถานศึกษาเป็นผู้หักภาษี ณ ที่จ่าย ปฏิบัติดังนี้

  • ให้ออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายให้กับผู้ประกอบการร้านค้า
  • สำหรับสำเนาหนังสือรับรองฯให้นำมาบันทึกรายการรับใน ทะเบียนคุมเงินนอกงบประมาณ ประเภท เงินภาษีหัก ณ ที่จ่าย
  • การนำส่งเงินภาษีหัก ณ ที่จ่ายให้นำส่งอำเภอท้องที่หรือสรรพากรภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดจากเดือนที่จ่ายเงิน
  • หากไม่นำส่งภายในกำหนดเวลาผู้จ่ายเงินต้องรับผิดชอบชำระเงินเพิ่มเอง ร้อยละ 1.5 ต่อเดือน หรือเศษของเดือนของภาษีที่นำส่ง และอาจได้รับโทษทางอาญาปรับไม่เกิน 2,000 บาท

สำหรับภาษีมูลค่าเพิ่ม

กรณีส่วนราชการเป็นผู้จ่ายเงินให้แก่ผู้ขายหรือผู้รับจ้างเป็นค่าสินค้าหรือบริการที่มีภาษีมูลค่าเพิ่มจะจ่ายได้เมื่อผู้ขาย/ผู้รับจ้างเป็นผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มไว้ในอัตราร้อยละ 7

  • เป็นสินค้าหรือบริการที่ไม่ได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม
  • เป็นใบเสร็จรับเงินที่แสดงราคาสินค้า และภาษีมูลค่าเพิ่ม และประทับคำว่าใบกำกับภาษี ถ้าไม่ประทับตราใบกำกับภาษีต้องแนบใบกำกับภาษี (แบบภพ.20)

ตัวอย่างวิธีการคำนวณภาษี

โรงเรียนแห่งหนึ่งซื้อครุภัณฑ์กับร้านค้าที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นจำนวน 432,000 บาท การคำนวณ ราคาสินค้า ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีหัก ณ ที่จ่าย เงินที่ต้องจ่ายให้กับร้านค้ามีจำนวนเท่าใด/มีวิธีอย่างไร

วิธีคิด

ราคาซื้อครุภัณฑ์                                                        = 432,000   บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
ภาษีมูลค่าเพิ่ม                                                           = (7 x 432,000)/107 = 28261.68 บาท
ราคาครุภัณฑ์เป็นฐานในการคิดภาษีเงินได้                    = 432,000 – 28261.68
มูลค่าครุภัณฑ์ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม                              = 403,738.32 บาท
ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย (นิติบุคคล)                             = (1 x 403,738.32)/100    = 4,037.38 บาท
เงินที่ต้องจ่ายให้กับร้านค้าหลังหักภาษี ณ ที่จ่าย            = 432,000 – 4,037.38      = 427,962.62 บาท

Both comments and pings are currently closed.

Comments are closed.

Powered by WordPress | Designed by: video games | Thanks to Sicherheitsdienst, Trucks and SUV