กกร.ขอรัฐบาลอัดมาตรการเพิ่ม..เมื่อเศรษฐกิจอ่อนแรง

นายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน(กกร.)ซึ่งประกอบด้วยหอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(สอท.)และสมาคมธนาคารไทยเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2562 ว่า ภายใต้สถานการณ์ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจหลักในโลก ท่ามกลางสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่ยังคงยืดเยื้อ ประกอบกับยังมีประเด็นอังกฤษถอนตัวจากสหภาพยุโรปหรือ Brexit และทิศทางเงินบาทที่แข็งค่า กกร.ปรับประมาณการการเติบโตเศรษฐกิจไทย   (จีดีพี) ปีนี้ลงจากเดิมคาดการณ์เดือนกรกฎาคม ที่ผ่านมา ว่าจะโต 2.9-3.3%ปรับประมาณการใหม่ลดลงเดือนตุลาคมเหลือโตเพียง 2.7-3%

ขณะที่การส่งออกก็ปรับลดลงเช่นกัน จากเดิมประเมินเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ว่า จะขยายตัว – 1% ถึง 1% ปรับใหม่เดือนตุลาคมเป็น-2% ถึง 0% ด้านอัตราเงินเฟ้อไม่ปรับประมาณการจากที่ประเมินเดือนกรกฎาคม โดยยังคงคาดว่าจะขยายตัว0.8-1.2%

ส่วนเครื่องชี้เศรษฐกิจเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม บ่งชี้ว่าทิศทางเศรษฐกิจไทยไตรมาส 3/2562 ยังอยู่ในภาวะที่อ่อนแรงอย่างต่อเนื่องจากในช่วงครึ่งปีแรก ปัจจัยถ่วงหลักจากความเสี่ยงในภาคต่างประเทศ ทั้งเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวผลจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนและการแข็งค่าของเงินบาทฉุดให้การส่งออกยังคงหดตัวเป็นวงกว้างทั้งในรายการสินค้าและตลาดส่งออกหลัก กระทบต่อภาคการผลิต ขณะเดียวกันแรงขับเคลื่อนภายในประเทศแผ่วตัวลงทั้งการบริโภคและการลงทุนมีเพียงจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ขยายตัวดีขึ้น ส่วนหนึ่งจากผลของฐานที่ต่ำในช่วงเดียวกันปีก่อน

อย่างไรก็ตาม กกร.คาดหวังที่จะเห็นมาตรการเสริมจากภาครัฐเพิ่มเติมนอกเหนือไปจากการเร่งผลักดันกรอบงบประมาณรายจ่ายปี 2563 ทั้งนโยบายการเงินและนโยบายการคลัง เพื่อรับมือกับความท้าทาย โดยเฉพาะปัจจัยจากต่างประเทศ นอกจากนี้เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนควรมีการเสนอราคาเป็นสกุลเงินบาทหรือสกุลเงินท้องถิ่น

ส่วนรัฐบาลจะขยายมาตรการชิมช้อปใช้นั้นเป็นเรื่องที่ดี หากขยายเลยปีใหม่ ซึ่งเป็นฤดูกาลท่องเที่ยวก็จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ สำหรับเงิน 1,000 บาท ที่โอนให้ประชาชนระยะแรก จำนวน 10 ล้านคน จะต้องรอประเมินผลสักระยะก่อน แต่คาดว่าจะมีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจประมาณ 20,000-30,000 ล้านบาท กระตุ้นเศรษฐกิจ 0.1-1.2% เท่านั้น สำหรับผลกระทบจากน้ำท่วม คาดว่าจะสร้างความเสียหายและกระทบต่อเศรษฐกิจ ประมาณ 20,000-25,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่จะมีผลกระทบจากความเสียหายของบ้านเรือนและพื้นที่การเกษตร

ด้านนายอุตตม สาวนายน รมว.คลังกล่าวยอมรับว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะขยายตัวได้ 3% ตามคาดการณ์ไว้หรือไม่ เพราะภาคการส่งออกซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของประเทศได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกค่อนข้างมากรัฐบาลจึงประคับประคองเศรษฐกิจให้ขยายตัวได้ต่อเนื่องโดยเฉพาะมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ ซึ่งมาตรการชิมช้อปใช้เป็นเพียงมาตรการหนึ่งเท่านั้น ยอมรับว่าไม่ใช่มาตรการที่สามารถแก้ไขปัญหาได้ทั้งหมด หลังจากนี้อาจจะมีมาตรการอื่นๆ ตามมาต้องขอหารือกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องก่อนด้วย

https://www.naewna.com