การตลาดแบบไม้ขีดก้านเดียว Pyro Marketing จุดแล้วติดเลย!

สำหรับการลงทุน ใดๆก็ตามสิ่งสำคัญที่ชี้วัดว่าธุรกิจจะอยู่รอดหรือไม่คือ “ลูกค้า” ซึ่งมีตัวแปรมากมายที่ทำให้รายได้ไม่เป็นไปตามเป้าที่วางไว้ ผู้ลงทุนจึงต้องเหนื่อยกับการคิดหากลยุทธ์การค้า ที่จะทำอย่างไรก็ได้ให้คนสนใจสินค้าและบริการที่เราลงทุนไป ยังไม่นับรวมการต่อสู้กับคู่แข่งทางธุรกิจที่มีรอบทิศทาง และเมื่อการแข่งขันสูงสิ่งที่ตามมาคือการที่หลายธุรกิจพยายาม “ลดรายจ่าย”

ในด้านการตลาด ตัวแปรที่ทำให้เจ้าของกิจการตัดสินใจลดงบประมาณด้านการบริหารเพราะมองว่าไม่นำพาให้เกิดคุณประโยชน์ ซึ่งที่ผ่านมาเราเรียนรู้เทคนิคการตลาดมามากมายมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มยอดขาย เพิ่มลูกค้า และสำหรับเทคนิคการตลาดแบบ “ไม้ขีดก้านเดียว” ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่อาจไม่แปลกใหม่แต่น่าสนใจเพราะจะช่วยเพิ่มยอดขาย เพิ่มกำไรให้ธุรกิจในขณะที่งบประมาณในการตลาดก็ไม่บานปลายเพิ่มมากขึ้นด้วย

หลักการของ “ไม้ขีดก้านเดียว” มีกลยุทธ์ง่ายๆ 4 ขั้นตอนดังนี้

1.หากิ่งไม้แห้งที่เป็นเชื้อไฟ (Gather the driest tinder)

เข้าใจง่ายหน่อยก็คือการถามว่า “ใครคือคนที่ต้องการสินค้า” การหาลูกค้าแบบมีกลุ่มเป้าหมายย่อมช่วยประหยัดงบในการทำตลาดได้มาก จะยิ่งดีหากโฟกัสไปยังกลุ่มลูกค้าได้อย่างถูกจุดไม่ต้องเหวี่ยงแหโฆษณาซึ่งก็ไม่รู้ว่าสิ่งที่ได้กลับมาจะคุ้มกับเงินที่ลงทุนไปหรือเปล่า การหากิ่งไม้แห้งเพียงอย่างเดียวในหลักการนี้ก็คือเพื่อให้เราสามารถจุดไฟได้ง่ายขึ้น ดีกว่าการเอามือไปกอบเอากิ่งไม้ทุกอย่างที่มีทั้งสดแห้งมารวมกันสุดท้ายก็ต้องการแต่กิ่งไม้แห้งเท่านั้น เป็นการเปลืองเวลาและเสียเงินโดยไม่ได้ประโยชน์ เช่นถ้าเราจะขายสินค้าครีมบำรุงผิว กลุ่มลูกค้าของเราก็ควรเป็นผู้หญิง คำว่าผู้หญิงในที่นี้ก็ไม่ใช่เด็กเล็ก เด็กอนุบาล ดังนั้นการตลาดของเราจึงควรมุ่งเป้าไปที่มหาวิทยาลัย หอพักหญิงล้วน โรงเรียนสตรี หรือย่านออฟฟิศที่มีพนักงานหญิงอยู่มากๆ เป็นต้น

2.จุดไฟให้ติดด้วยไม้ขีดแค่ก้านเดียว (Touch it with the match) 

เมื่อเราค้นพบเป้าหมายที่ดูว่าต้องการสินค้าเราแน่นอน สิ่งสำคัญคือการขาย แม้เขาจะต้องการสินค้าแต่ก็ใช่ว่าจะต้องเลือกสินค้าของเราเนื่องจากคู่แข่งหลายอื่นยังมีอีกมาก ในขั้นตอนนี้คือวิธีการมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกค้าที่เราค้นพบ ไม่ว่าจะเป็นราคา ความพิเศษของสินค้า โปรโมชั่น รวมถึงของที่ระลึกหรืออะไรก็ได้ที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกได้ว่าคุ้มค่าที่ตัดสินใจเลือกผลิตภัณฑ์ของเรา อย่าคิดว่าการลงทุนในสิ่งเหล่านี้คืองบประมาณที่ไม่คุ้มค่า การได้ลูกค้าเข้ามา 1 คนคือจุดคุ้มทุนที่มีโอกาสต่อยอดไปหาลูกค้ารายอื่นได้มากขึ้น มีการเปรียบเทียบในการลงทุนแบบนี้ว่าเหมือนการวักน้ำด้วยมือแม้จะดูว่าเอาน้ำออกมาเท่าไหร่แต่สุดท้ายน้ำที่วักออกมาก็จะเติมเต็มกลับเข้าไปที่เดิมไม่เคยหายไปไหน

3.กระพือไฟให้ลามทุ่ง (Fan the flames)

เมื่อจุดไฟติดแต่ก็ยังเป็นเพียงกองไฟเล็กๆที่ไม่มีผลอะไร ในทฤษฏีนี้กล่าวว่าจงกระพือให้ไฟเล็กๆของเราเป็นจุดเริ่มของไฟลามทุ่งคือ การทำให้คนส่วนใหญ่เริ่มรับรู้ในสินค้าที่เรามีได้มากขึ้น อาจจะผ่านจากกลุ่มลูกค้าที่เป็นเป้าหมายของเรา มีวิธีการมากมายที่จะให้คนกลุ่มนี้ช่วยกระจายสินค้าของเราได้เช่นการให้ค่าคอมมิชชั่น การจ่ายค่าแนะนำเมื่อมีคนสนใจ การให้ส่วนลดแก่ลูกค้าที่ลูกค้าแนะนำมาอีกที หรือการสร้างแคมเปญจากลูกค้าที่ใช้ผลิตภัณฑ์ของเราอย่างสม่ำเสมอ ให้คนทั่วไปเห็นคุณค่าของผลิตภัณฑ์ว่าใช้แล้วดีจริง ใช้แล้วได้ผลจริง ซึ่งคนเหล่านี้ได้พิสูจน์การใช้มาแล้ว เป็นการสร้างไฟให้ลามทุ่งเพื่อให้เกิดการตัดสินใจและอยากใช้ผลิตภัณฑ์เรามากขึ้น

4.เก็บรักษาข้อมูล (Save the coals)

เมื่อการเผาไหม้สิ้นสุดลงทางทฤษฏีกล่าวว่าให้เก็บเถ้าถ่านเอาไว้ หรือก็คือการเก็บข้อมูลของลูกค้า อะไรบ้างที่เราควรจัดเก็บ เริ่มต้นตั้ง เบอร์โทร ,Email ,ID Line หรือแม้แต่ที่อยู่ปัจจุบันของลูกค้า และควรรวบรวมไว้เป็นสถิติ และต้องมีการจัดระเบียบข้อมูลเหล่านี้ให้มีการอัพเดทอยู่เสมอและพร้อมใช้งานได้ต่อเนื่อง เรื่องฐานลูกค้าเป็นหัวใจของการทำธุรกิจ ในอนาคตข้างหน้าหากธุรกิจเรามีผลิตภัณฑ์ใหม่ มีคอร์สอบรมน่าสนใจ เราจะได้ใช้ข้อมูลฐานลูกค้าเหล่านี้ในการเริ่มต้นได้ทันทีไม่ต้องไปนั่งนับจากศูนย์ใหม่อีกครั้ง ธุรกิจเราก็จะเดินหน้าได้เร็วยิ่งกว่าเดิม

โดยภาพรวมการตลาดที่เรียกว่า “ไม้ขีดก้านเดียว” ก็อาจจะคล้าย ๆกับหลายวิธีการที่เราเคยเรียนรู้กันมาก่อน แต่เมื่อเอามาอธิบายให้เห็นภาพเราก็จะเข้าใจง่ายขึ้น มองเห็นภาพการใช้งานที่ชัดเจนขึ้น ดีกว่าการอธิบายแบบเนื้อหาวิชาการที่มีแต่ข้อมูลเชิงลึกมองไม่เห็นภาพเข้าใจได้ยาก และจากกลยุทธ์การตลาดแบบนี้หากนำไปพลิกแพลงดัดแปลงให้ดีกว่าเดิมก็จะช่วยทำให้มีความได้เปรียบคู่แข่งทางธุรกิจมากขึ้นด้วย

See more at: http://www.thaismescenter.com/การตลาดแบบไม้ขีดก้านเดียว-pyro-marketing-จุดแล้วติดเลย/