จับตา… จีนมหาอำนาจเศรษฐกิจโลก ปี 2050

ในปี 2050 ประเทศจีนจะมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับที่ 1 โดยมีสัดส่วนเศรษฐกิจสูงถึงร้อยละ 20 เมื่อวัดจาก GDP at PPP โลก ขณะที่ประเทศสหรัฐอเมริกาและยุโรปจะมีสัดส่วนลดลงเหลือร้อยละ 12 และร้อยละ 9 ตามลำดับ

ปี 2016 ประเทศจีนมีขนาดเศรษฐกิจ (GDP) ขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก โดยมีอัตราการขยายตัวเฉลี่ยย้อนหลังร้อยละ 7.3 อย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา จนกระทั่งปัจจุบัน จีนอยู่ในช่วงของการปฏิรูปเศรษฐกิจท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจของโลก แต่เศรษฐกิจของจีนยังคงสามารถขยายตัวได้เป็นอันดับต้นๆ และมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ เนื่องจากจีนมีกำลังซื้อภายในประเทศที่มีขนาดใหญ่ มีความต้องการนำเข้าวัตถุดิบในประเภทสินค้า Commodity จากประเทศต่างๆ จำนวนมาก จึงทำให้จีนกลายเป็นจักรกลของการเติบโตของเอเชีย จนได้รับขนานนามว่า ‘Engine of growth of Asia’ แทนประเทศญี่ปุ่น

นอกจากนี้ จีนยังเป็นตลาดนำเข้าสินค้าเพื่อการผลิตและการอุปโภคบริโภคที่สำคัญของโลก และเป็นฐานการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมที่มีต้นทุนการผลิตอยู่ในระดับต่ำ ทำให้มีสินค้าอุปโภคและบริโภคราคาถูกส่งออกทั่วโลก ส่งผลให้เงินเฟ้อของโลกอยู่ในระดับต่ำตามไปด้วย

อย่างไรก็ตาม ประเทศจีนยังมีความเหลื่อมล้ำด้านเศรษฐกิจอยู่ในระดับสูงระหว่างเขตเศรษฐกิจตะวันออก และตะวันตก ซึ่งเป็นพื้นที่ห่างไกลลึกเข้าไปในแผ่นดินใหญ่ รวมทั้งปัญหาทางด้านหนี้สินทั้งภาครัฐและเอกชนของจีนที่มีจำนวนสูง โดย ณ สิ้นปี 2016 คิดเป็นร้อยละ 256 ต่อ GDP ซึ่งถือว่าเป็นอุปสรรคที่สำคัญต่อการปฏิรูปเศรษฐกิจของจีน เนื่องจากประวัติศาสตร์ในการพัฒนาเศรษฐกิจในอดีตของประเทศที่พัฒนาแล้วในฝั่งตะวันตก ล้วนต้องผ่านวิกฤตเศรษฐกิจครั้งสำคัญด้วยกันทั้งสิ้น

 

 

 

อาจกล่าวได้ว่า การติดตามความเคลื่อนไหวของเศรษฐกิจโลกถือเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญในการวางแผนกำหนดทิศทาง มาตรการเศรษฐกิจ ซึ่งถือเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับภาวะเศรษฐกิจที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต โดยสำหรับประเทศไทยสัญญาณเตือนจากการคาดการณ์ดังกล่าวข้างต้น สะท้อนให้เห็นว่าภาครัฐคงต้องเร่งวางแผนเพื่อรับมือโครงสร้างประชากรที่จะเปลี่ยนแปลงไปในอีก 30 ปีข้างหน้า โดยอาจมีมาตรการสนับสนุนให้ภาคการผลิตนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาใช้ เพื่อทดแทนแรงงานที่จะลดลงในอนาคตและเพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตอีกทางหนึ่งด้วย ทั้งนี้ เพื่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างมีศักยภาพในอนาคตข้างหน้านั่นเอง

www.mmthailand.com