ถ้าคิดจะเริ่มต้นธุรกิจ SME ในปี 2018 ต้องห้ามพลาด 5 เทรนด์ใหญ่นี้ที่กำลังเกิดขึ้น


ตัวเลขปีที่เปลี่ยนไป ทำให้หลายคนคิดที่อยากจะเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ แต่ถ้าคิดจะเริ่มต้นธุรกิจในปี 2018 โดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง ต้องอ่าน 5 เทรนด์ใหญ่ที่จะเกิดขึ้นและส่งผลโดยตรง

1. นับแต่นี้ต่อไปให้คิดว่า AI คือมิตรสหาย ไม่ใช่ศัตรู
ด้วยการเข้าถึงของ AI ที่ง่ายขึ้น เป็นรูปธรรมมากขึ้น ทำให้นับตั้งแต่ปี 2018 เป็นต้นไป AI จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการทำธุรกิจ ที่สำคัญธุรกิจขนาดเล็กจะยิ่งต้องการ AI มาก เพราะจะเป็นส่วนเสริมที่สำคัญในการแข่งขันกับคู่แข่งในตลาด เช่น เข้าใจพฤติกรรมของลูกค้าได้อย่างเจาะลึก แม่นยำ รวมถึงทำให้การทำงานง่ายขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ธุรกิจใดๆ ที่คิดจะเริ่มต้นในปี 2018 เป็นต้นไปจำเป็นต้องมอง AI ให้เป็นมิตรสหาย ไม่ใช่ศัตรู มีงานวิจัยที่ศึกษาด้าน AI กับธุรกิจขนาดเล็กกว่า 87% ระบุว่า AI จะยังคงเป็นเครื่องมือที่สำคัญของธุรกิจไปอย่างน้อยอีก 5 ปีนับจากนี้

2. รูปแบบการทำงานแบบรับเป็นจ๊อบ-ฟรีแลนซ์ จะเข้มข้นขึ้น
การจะเริ่มต้นธุรกิจขนาดเล็กในปี 2018 จำเป็นจะต้องใช้การจ้างงานแบบรับเป็นจ๊อบและ/หรือฟรีแลนซ์มากขึ้น การจ้างพนักงานประจำมาเริ่มต้นธุรกิจในยุค Digital ไม่ใช่ความจำเป็นหลัก เพราะทดแทนได้ด้วยเทคโนโลยี และที่สำคัญการจ้างงานแบบไม่ประจำจะได้ความยืดหยุ่นของการทำงานที่สูงกว่ามาก

ในปัจจุบันนี้ กว่า 42% ของธุรกิจขนาดเล็กทั่วโลกใช้วิธีการจ้างงานแบบทำเป็นสัญญา ไม่ได้จ้างประจำ เพราะฉะนั้นคาดเดาได้ว่าในปี 2018 เทรนด์นี้จะสูงขึ้น ธุรกิจขนาดกลาง ขนาดเล็กที่จะเริ่มต้นในปี 2018 จึงต้องเตรียมจัดการเรื่องนี้ไว้ให้ดี

3. ธุรกิจใหม่ต้องเจาะตลาดเฉพาะกลุ่มให้ได้
ตลาดที่มีแรงซื้อสูงมากขึ้นทุกวันคือ “กลุ่มคนรุ่นใหม่” (Millennials) มีตัวเลขระบุว่าตลาดคนกลุ่มนี้มีแรงซื้อแต่ละปีสูงถึง 2 แสนล้านเหรียญ คนกลุ่มนี้มีแนวโน้มที่จะเลือกซื้อสินค้าที่เป็น Niche Market เช่น เบียร์ก็ต้องเป็นเบียคราฟท์ กาแฟก็ต้องมาจากร้าน Local จะให้ความรู้สึกที่ดีกว่าการไปซื้อกับแบรนด์ใหญ่ๆ ในตลาด

การเริ่มต้นธุรกิจในปี 2018 คือการหาความเฉพาะด้านของตัวสินค้าและบริการให้เจอ แล้วสามารถนำไปเสนอบน Marketplace ต่างๆ ได้ เพราะช่องทางที่เพิ่มมากขึ้น เช่น บนแพลตฟอร์มอย่าง Amazon แต่ต้องไม่ลืมว่า หาความเฉพาะด้านเพื่อสนองคนเฉพาะกลุ่มให้เจอ อันนี้เป็นข้อได้เปรียบของธุรกิจขนาดเล็กที่ธุรกิจขนาดใหญ่ทำไม่ได้

4. หาทางรองรับ e-Payment ให้ดี เพราะ Cashless Society มาแน่
เงินสดคืออดีตของการทำธุรกิจไปแล้ว ส่วนจะทำแค่จ่ายผ่านบัตรเครดิต บัตรเดบิตก็ไม่พอแล้ว เพราะนับตั้งแต่ปี 2012 – 2015 อัตราการโอนเงินแบบไร้เงินสดเพิ่มขึ้น 5.3% ส่วนสำหรับในไทยเอง QR Code ที่ได้รับการรับรองจากภาครัฐเรียบร้อยในปี 2017 ก็คาดเดาได้ว่าในปี 2018 เทรนด์สังคมไร้เงินสดจะเป็นอีกหนึ่งตัวชี้วัดสำคัญของความสำเร็จในธุรกิจ

เห็นแบบนี้แล้ว ธุรกิจขนาดเล็กจึงจำเป็นต้องก้าวให้ทันโลก ไม่ว่าจะขายอะไรก็ตาม ขอให้มั่นในไว้ก่อนว่า ลูกค้าสามารถชำระเงินให้คุณได้แบบไร้เงินสดได้ทุกช่องทาง

5. อย่าลืมวางแผนรับมือเหตุฉุกเฉินที่ไม่คาดคิด
ภัยพิบัติทางธรรมชาติก็เป็นสิ่งสำคัญ ไม่ว่าจะน้ำท่วม อัคคีภัย หรือเหตุการณ์ไม่คาดคิดต่างๆ เพราะจากสถิติระบุว่า มีถึง 25% ของธุรกิจขนาดเล็กที่เมื่อเจอกับเหตุการณ์ไม่คาดคิดเหล่านี้แล้ว ไม่สามารถกลับมาทำธุรกิจต่อได้ คำแนะนำคือ ใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์ เพราะส่วนใหญ่ที่หาได้ยากที่สุดในการทำธุรกิจคือ “ข้อมูล” การสำรองไว้บน Cloud หรือสร้างระบบไว้เตรียมพร้อมรับมือจะเป็นหนทางที่ดีที่สุด
https://brandinside.asia