ธุรกิจร้านอาหารปี 2020 ให้ไม่เจ๊ง ท่ามกลางการแข่งขัน

ร้านอาหารเป็นธุรกิจที่มีเพิ่มมากขึ้นทุกปี ยุคนี้ธุรกิจร้านอาหารจะรอด ต้องคำนึงถึงปัจจัยอื่นๆ ทั้งคู่แข่ง การบริหารจัดการร้านอย่างเป็นระบบ และอีกหลายปัจจัยจึงจะทำให้ธุรกิจร้านอาหารประสบความสำเร็จได้ในปี 2020
ธุรกิจร้านอาหารเปิดใหม่เพิ่มขึ้นทุกปี … แต่มีแค่ 10% ที่รอด

คำพูดที่ว่า “ร้านอาหารมีเพียงแค่ 10% เท่านั้นที่ทำแล้วไม่เจ๊ง ยังคงเป็นความจริง”

ข้อมูลสถิติจากฐานข้อมูลของ wongnai เว็บไซต์และแอปพลิเคชันรีวิวร้านอาหารที่รวมร้านอาหารทั่วเมืองไทยเอาไว้ พบว่าจำนวน

  • ร้านอาหารทั่วประเทศไทย ปี 2019 มีทั้งหมด 70,149 ร้าน
  • จำนวนร้านเปิดใหม่เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าสูงถึง 97%
  • จำนวนร้านอาหารที่เพิ่มขึ้นสวนทางกับสถิติการเติบโตของธุรกิจร้านอาหาร ในปี 2018-2019 มีร้านอาหารเพียงแค่ 40% เท่านั้นที่มีอัตราการเติบโตสูงขึ้นแค่ 40%
  • สถิติในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา มีร้านเปิดใหม่เพียง 10% เท่านั้นที่รอด!

จะทำอย่างไรให้อยู่รอด โดยเฉพาะในยุคนี้ ยุคที่เรียกว่า O2O ยุคที่ต้องเชื่อมต่อลูกค้าแบบออนไลน์ ออฟไลน์ ยุคแห่งการเดลิเวอรี่ ยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาท ฯลฯ

เทรนด์และเทคโนโลยีสำหรับธุรกิจร้านอาหารแห่งอนาคต

หลักการ “3 ต.” กุญแจความสำเร็จของการทำร้านอาหารในปี 2020

ข้อสรุปการทำร้านอาหารในปี 2020 ให้ปัง ยืนหนึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจร้านอาหาร 10% ที่ยังอยู่รอด จากการพูดคุยของทั้ง 3 ท่านนี้คือ หลักการ 3 ต. ซึ่งเป็นสิ่งที่ร้านอาหารยุคใหม่จะต้องเผชิญหน้าและสร้างจุดแข็งเหล่านี้ขึ้นมา ได้แก่

  1. แตกแบรนด์: ในปี 2020 แบรนด์ใหญ่จะแตกแบรนด์ให้มีขนาดเล็กลง พร้อมทั้งดึงเอาอาหารสายสตรีทฟู้ดมาสู้อย่างดุเดือด
  2. ต้นทุน: ในปี 2020 ต้นทุนสูงขึ้น แต่กำไรต่ำลง แต่จะขึ้นราคาก็ไม่ได้      เพราะจะกระทบต่อยอดขายโดยตรง ดังนั้น ต้องมีวิธีการบริหารจัดการอย่างฉลาด เนื่องจากหากลดต้นทุนลงได้ ก็หมายความว่าได้กำไร
  3. ตัวตน: ในปี 2020 ตัวตนของร้านอาหารต้องชัดเจน ใครที่ไม่มีเอกลักษณ์ ทั้งรสชาติ การจัดจาน แบรนด์ดิ้ง สุดท้ายลูกค้าจำไม่ได้ ทำให้ร้าน ดีแค่ไหนก็รอดยาก

ในปี 2020 สิ่งที่จะได้เห็นมากขึ้นคือการลงมาเล่นตลาดสตรีทฟู้ดของแบรนด์ใหญ่

ดังนั้น สิ่งที่ร้านอาหารรายเล็กหรือ SME ต้องทำ คือหาช่องทางในการแข่งขันด้วย ‘การเจาะกลุ่มเป้าหมายให้ชัด’ นี่จะเป็นทางออกหนึ่งของการทำร้านอาหารในปี 2020 เพราะคนซื้ออาหารทานนอกบ้านมีหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มครอบครัวใหญ่, กลุ่มพนักงานออฟฟิศ, กลุ่มแม่บ้าน, กลุ่มคุณแม่ลูกอ่อน ฯลฯ ถ้าจับพฤติกรรมลูกค้าได้ ก็จะมองเห็นโอกาสในการขายที่แตกต่างจากคู่แข่ง

“ต้นทุน” สูง กำไรต่ำ เคล็ดลับคือการบริหารจัดการร้านที่ดี

ธุรกิจร้านอาหารต้องเผชิญกับรายจ่ายค่าวัตถุดิบ และค่าจ้างพนักงานที่เพิ่มสูงขึ้นทุกปี เมื่อต้นทุนสูงขึ้น แต่ร้านไม่สามารถขายอาหารแพงขึ้นได้ ก็ต้องไปจัดการที่ต้นทุน

ในยุคดิจิทัลเช่นนี้ย่อมต้องมีเทคโนโลยีที่ช่วยในการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวอย่างเครื่องมือที่เข้ามาช่วยในการจัดการได้ดีคือ Wongnai POS ระบบบริหารจัดการร้านอาหารแบบครบวงจร ทั้งการจัดการเมนู รับออเดอร์ การคิดเงิน และสรุปและวิเคราะห์ยอดขาย ทำให้เจ้าของกิจการสามารถเช็คสต็อก, ราคาวัตถุดิบที่จ่ายออกไป, รู้ยอดขาย, กำไรที่ทำได้จริง, คนนิยมเข้าร้านช่วงไหนมาก ช่วงไหนน้อย เจ้าของร้านจะมี Data ตรงนี้ทั้งหมด

เมื่อรู้ข้อมูลแล้ว จะทำให้หาวิธีลดต้นทุนได้ เช่น ลดพนักงานในช่วงเวลาที่ไม่ค่อยมีลูกค้า หรือลดสต็อกวัตถุดิบในช่วงที่ขายของไม่คล่อง สิ่งเหล่านี้จะสามารถช่วยประหยัดเงินในการลงทุนไปส่วนหนึ่ง สมมุติเป็นตัวเลขให้เข้าใจง่ายคือ

“ระหว่างการลดต้นทุน 10,000 บาท กับการทำกำไร 10,000 บาท แน่นอนว่าการจัดการกับต้นทุนเป็นสิ่งที่ทำง่ายกว่ามาก”

ดังนั้น แม้ร้านอาหารจะทำกำไรได้ไม่มากในช่วงที่เศรษฐกิจฝืด แต่ถ้าลดต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพก็ช่วยให้ธุรกิจเติบโตเหมือนกัน

ต้องสร้าง “ตัวตน” ของแบรนด์ให้ชัด

การทำธุรกิจแบบ O2O (online to offline) เทรนด์ธุรกิจที่ทุกคนหนีไม่พ้น โจทย์ใหญ่คือ จะทำอย่างไรให้สินค้าที่อยู่ในออนไลน์เข้าไปสู่คนที่อยู่ในโลกออฟไลน์

แต่สำหรับกลุ่มธุรกิจร้านอาหาร โลกหมุนไปไกลจนเราต้องมองกลับด้านแล้ว เนื่องจากคำว่า “O2O” สำหรับร้านอาหารคือ “offline to online” หรือพูดง่ายๆ คือ จะนำร้านอาหารในโลกออฟไลน์ เข้าไปหาคนในโลกออนไลน์ได้อย่างไรนั่นเอง

ในยุคนี้ ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกร้านอาหารมาตั้งแต่ที่บ้าน เกิดขึ้นจากการค้นหาในระบบออนไลน์ ดังนั้นต้องวางตัวตนของร้านอาหารต้องชัดเจนเพื่อดึงดูดคนลูกค้า ซึ่งถ้าพูดกันให้ถึงที่สุดแล้ว ตัวตนของร้านอาหารในยุค O2O จะต้องมีทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์

  • ออนไลน์: เมื่อลูกค้าเห็นภาพการจัดจานหรือหน้าตาอาหารในอินเทอร์เน็ต หรือแม้กระทั่งมุมใดมุมหนึ่งของร้านอาหารบนโลกออนไลน์ ไม่ว่าจะโซเชียลมีเดียแพลตฟอร์มใดๆ ก็ตาม จะต้อง “จำ” ได้ทันที่ว่านี่เป็นร้านหรือแบรนด์ของเรา
  • ออฟไลน์: นอกจากการสร้างความจำให้กับผู้บริโภค เรื่องของ “รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์” และ “การบริการที่โดดเด่น” เป็นสิ่งสำคัญ ลองดูตัวอย่างธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในการสร้างตัวตน/คาแรกเตอร์ ที่ทำให้ทุกคนจดจำร้านนี้ได้จากการบริการที่เป็นเลิศ                      สรุป

การทำธุรกิจร้านอาหารในปี 2020 ถึงเศรษฐกิจจะอยู่ในสภาวะการที่ไม่สู้ดีนัก แต่ถ้ามีการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีเพื่อลดต้นทุน ในขณะเดียวกันอาหารยังมีคุณภาพดีและรวมถึงสร้างตัวตนหรือคาแรกเตอร์แบรนด์ให้ชัดเจน นอกจากนั้นก็พร้อมที่จะมองหาโอกาสในการทำธุรกิจจากช่องว่างของตลาดอยู่เสมอ