ร้านสะดวกซื้อมาแรง คาด 3 ปีแชร์แซงไฮเปอร์

จากปัญหาเศรษฐกิจที่ชะลอตัวบวกกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป คือ ชอบความสะดวกสบายในการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น ส่งผลให้ธุรกิจค้าปลีกของไทยประเภทไฮเปอร์มาร์เก็ตและซูเปอร์มาร์เก็ตอยู่ในภาวะที่ค่อนข้างชะลอโดยเฉพาะไฮเปอร์มาร์เก็ต
ซึ่งขณะนี้อยู่ในภาวะที่ค่อนข้างอิ่มตัว เนื่องจากผู้ประกอบการรายหลักในตลาดอย่างบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ กับเทสโก้ โลตัส ยังคงเน้นแข่งกันในด้านลดราคาสินค้า ฮาเวิร์ด ชาง กรรมการผู้จัดการ บริษัท กันตาร์ เวิร์ลดพาแนล (ไทยแลนด์) ผู้นำด้านการวิจัยพฤติกรรมของผู้บริโภคเชิงลึก ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในกลุ่มสินค้าอุปโภค-บริโภคที่มีอัตราการหมุนเวียนสูง หรือ FMCG (Fast Moving Consumer Goods) กล่าวว่า การแข่งขันของธุรกิจค้าปลีกขนาดใหญ่อย่างไฮเปอร์มาร์เก็ตในปีนี้ยังคงมีการแข่งขันกันรุนแรง ซึ่งกลยุทธ์ที่ผู้ประกอบการเลือกนำมาใช้เพื่อกระตุ้นยอดขายยังคงเป็นการทำโปรโมชั่นลดราคาสินค้า เนื่องจากทำแล้วได้ผลการตอบรับค่อนข้างดี
อย่างไรก็ตาม จากยอดการซื้อที่ยังคงปรับตัวลดลงของธุรกิจไฮเปอร์มาร์เก็ต ภายหลังได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบเศรษฐกิจ ส่งผลให้ผู้ประกอบการธุรกิจไฮเปอร์มาร์เก็ตต้องปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ ด้วยการลดขยายสาขาขนาดใหญ่และหันมาโฟกัสเพิ่มสาขาขนาดเล็ก เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้า เป้าหมายได้ครอบคลุมมากขึ้น เห็นได้จากการขยายสาขาขนาดเล็กของ ห้างบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ที่หันมาขยายสาขาขนาดเล็กในรูปแบบมินิบิ๊กซี มากขึ้น และห้างเทสโก้ โลตัส ที่หันมาขยายสาขาขนาดเล็กในรูปแบบเทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส มากขึ้น
นอกจากนี้ ยังพบว่าร้านสะดวกซื้อมีแนวโน้มการขยายตัวที่ดีขึ้น ภายหลังผู้บริโภคปรับพฤติกรรมหันมาซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคใกล้บ้าน เพราะมีความสะดวกสบาย ส่งผลให้ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ร้านสะดวกซื้อมีอัตราการเติบโตเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยที่ประมาณ 0.5%
แม้ว่าจะเป็นอัตราการเติบโตที่น้อย แต่ก็ถือว่าขยายตัวดีกว่าค้าปลีกใน รูปแบบอื่นๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะเติบโตลดลงไม่ว่าจะเป็นไฮเปอร์มาร์เก็ตที่ปี 2560 ที่ผ่านมาขยายตัวลดลงจากปี 2559 ที่ประมาณ 0.7% ซูเปอร์มาร์เก็ตที่ไม่มีเชนและโลคัลขยายตัวลดลง 0.6% และร้านโชห่วยขยายตัวลดลงไปประมาณ 0.8%
https://www.posttoday.com