หลักการเลือกธุรกิจ Passive Income

ด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบันที่พัฒนาและก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องทำให้การเริ่มต้นธุรกิจไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปแต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือธุรกิจส่วนใหญ่ขาดประสิทธิภาพในการเติบโตและขาดรากฐานที่แข็งแกร่งทำให้ไม่สามารถยืนอยู่บนโลกธุรกิจได้

การวิเคราะห์และเลือกโมเดลธุรกิจให้ตอบโจทย์จึงเป็นสิ่งที่สำคัญ

วิธีการเลือกรูปแบบธุรกิจสร้างรายได้ในรูปแบบของ Passive Income

1.หารูปแบบของธุรกิจที่สนใจ

เริ่มต้นจากสิ่งที่สนใจและวิเคราะห์รูปแบบธุรกิจเหล่านั้นมองหาความเป็นไปได้และความมั่นคงที่จะสร้างรายได้รูปแบบ Passive Income ให้   ศึกษาข้อดีข้อเสียต่างๆของรูปแบบเหล่านั้นเพื่อให้ง่ายต่อการตัดสินใจ

2.ตรวจสอบและศึกษาว่าธุรกิจที่สนใจมีคู่แข่งหรือไม่

การหลีกเลี่ยงธุรกิจที่มีคู่แข่งจำนวนมากจะช่วยให้สามารถสร้างธุรกิจและเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ค้นหาข้อมูลธุรกิจต่างๆวิเคราะห์ว่าธุรกิจเหล่านั้นว่าเป็นคู่แข่งธุรกิจหรือไม่ และสุดท้ายเลือกธุรกิจที่คิดว่าไม่มีคู่แข่งหรือมีน้อยที่สุด

3.คิดถึงเวลา

การกำหนดกรอบเวลาสำหรับการทำงานขึ้นอยู่กับรูปแบบธุรกิจของคุณ หากเริ่มธุรกิจตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติให้คำนวณถึงกรอบเวลาที่จะสรุปผลประกอบการ เช่น กำหนดเก็บเงินจากตู้อัตโนมัติทุกๆ 3 วันหรือของหมด เพื่อคำนวณรายได้ที่ได้รับว่าเหมาะสมกับการลงทุนหรือไม่ เพื่อให้ง่ายต่อการตัดสินใจว่าจะดำเนินต่อ ปรับเปลี่ยนโครงสร้างหรือควรเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจใหม่

4.รูปลักษณ์ของธุรกิจต้องน่าเชื่อถือและดูมีความเชี่ยวชาญ

เพื่อให้เกิดความประทับใจและน่าเชื่อถือรูปลักษณ์ของธุรกิจจึงมีบทบาทสำคัญ ธุรกิจต้องมีรูปลักษณ์ที่ดี มีความเป็นเอกลักษณ์และสามารถสร้างความพึงพอใจให้กับผู้บริโภคได้ สามารถใช้การสร้างสโลแกนหรือสตรอรี่ต่างๆเพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ใช้บริการธุรกิจได้

5.ดูความเป็นไปได้ทางด้านการเงิน

คำนวณได้จากเงินทุนว่าธุรกิจที่กำลังจะลงมือทำนั้นมีความเป็นไปได้หรือไม่จากเงินทุนที่มี ดูความคุ้มค่าของเงินที่ลงทุนไป เช่น สิ่งที่ลงทุนจะคืนทุนเมื่อไหร่และเมื่อไหร่จะสร้างผลกำไรให้ เป็นต้น

6.วิเคราะห์ธุรกิจว่าเป็นที่ต้องการหรือไม่

สิ่งสำคัญที่จะกำหนดธุรกิจว่าสามารถเติบโตได้หรือไม่ คือความต้องการของตลาด พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ต้องวางแผนและวิเคราะห์สิ่งที่ทำว่าเป็นที่ต้องการหรือไม่

7.ประเมินผลลัพธ์
การประเมินผลลัพธ์เป็นขั้นตอนที่มีความสำคัญ เพราะเป็นการนำข้อมูลที่ได้รับมาวิเคราะห์เพื่อหาแนวทางพัฒนาหรือปรับเปลี่ยนใหม่ ให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นเพื่อให้ธุรกิจของสามารถดำเนินต่อไปได้