เทคโนโลยีช่วยให้เศรษฐกิจของเอเชียเดินหน้าต่อไปได้อย่างไร?

ในภาวะที่ธุรกิจในเอเชียต้องต่อสู้กับปัญหาทางสังคม การเมืองและภัยธรรมชาติต่าง ๆ ที่เรียงหน้ากันเข้ามา องค์กรจะบริหารและประคับประคองการดำเนินกิจการของตนไว้ได้อย่างไรในสถานการณ์ที่พนักงานไม่สามารถเข้ามาทำงานที่สำนักงานได้และยังต้องทำงานให้ได้และให้เกิดประสิทธิภาพ องค์กรจะทำอย่างไรไม่ให้เกิดความวิตกกังวลมากจนเกินไป

แม้ว่าการกลับมาเป็นศูนย์กลางของเศรษฐกิจโลกอีกครั้งหนึ่งจะเป็นความท้าทายสำหรับภูมิภาคเอเชีย แต่เอเชียก็ยังคงเผชิญกับความไม่แน่นอน และการชะงักงันทั้งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ และโดยน้ำมือมนุษย์ การหลอมรวมกันของระบบเศรษฐกิจต่าง ๆ ในโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา และมีการรวมกลุ่มกันนั้น ซึ่งหากมองด้วยความจริงที่ว่าเราอาศัยอยู่ในภูมิภาคหนึ่งที่มีความวุ่นวายและยากจะคาดเดาสถานการณ์ได้มากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

ความไม่แน่นอน – บรรทัดฐานใหม่

ดังนั้นสำหรับบริษัททั้งหลายในเอเชียความต่อเนื่อง และความยืดหยุ่น เป็นเรื่องสำคัญอันดับต้น ๆ ต่อการดำเนินธุรกิจ

การประท้วงในฮ่องกงที่เกิดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ ไฟป่าในออสเตรเลีย และการระบาดของ Covid-19 ทั่วเอเชียและภูมิภาคอื่น ๆ นั้น ทำให้ภาคธุรกิจส่วนใหญ่ต้องใช้ความพยายามอย่างมากเพื่อบริหารจัดการกับสถานการณ์ที่พนักงานไม่สามารถทำงานที่สำนักงานได้ แต่นายจ้างยังจำเป็นต้องให้ “ทำงาน” และสร้างผลงานให้กับองค์กร

เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในช่วงเวลาที่จำเป็น

บทบาทของเทคโนโลยีที่สามารถช่วยให้กลไกทางเศรษฐกิจของโลกยังคงดำเนินต่อไปได้จึงโดดเด่นขึ้นมาเป็นที่จับตามองในภาวะที่ผู้คนนับล้านในภูมิภาคที่ประสบปัญหาถูกแยกออกจากสังคมโลก

ในช่วงเวลาแห่งความท้าทายไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี้ ซอฟต์แวร์โซลูชั่นและแอปพลิเคชันต่าง ๆ ได้ช่วยให้องค์กรในเอเชียมีความเชื่อมั่นต่อการคาดการณ์ทางธุรกิจเพื่อบริหารจัดการธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกันก็ยังคงสามารถวางแผนรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่สามารถคาดการณ์และความไม่แน่นอนต่าง ๆ ได้

เทคโนโลยีคลาวด์ช่วยให้ธุรกิจเดินหน้าต่อไปได้ในสถานการณ์ชะงักงันเหล่านี้ การใช้บริการพับลิค, ไพรเวท หรือไฮบริดคลาวด์ หมายถึงการสามารถเข้าถึงและใช้งานข้อมูลสำคัญ ๆ ได้ตลอดเวลา

ในขณะเดียวกันการเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานไอทีจากที่ทำงานบนฮาร์ดแวร์ไปเป็นการควบคุมการทำงานด้วยซอฟต์แวร์ทำให้ไม่มีความจำเป็นต้องเข้าใช้งานดาต้าเซ็นเตอร์แบบกายภาพอีกต่อไปและสามารถควบคุมการดำเนินงานส่วนกลางได้จากระยะไกลหรือใช้คนจำนวนน้อยที่สุดเท่าที่จำเป็นดังนั้น เมื่อเกิดภาวะการณ์ที่ไม่สงบธุรกิจหลายแห่งก็ยังคงดำเนินกิจการได้เป็นปกติ

การทำงานอย่างไร้ขอบเขตอย่างแท้จริง

โครงสร้างพื้นฐานเดสก์ท็อปเสมือนจริง (Virtual Desktop Infrastructure: VDI) และเดสก์ท็อปแอสอะเซอร์วิส (Desktop as aService: DaaS) เป็นตัวอย่างที่สมบูรณ์แบบที่ทำให้เราได้เห็นวิธีการที่เทคโนโลยีช่วยให้ธุรกิจต่าง ๆ ในเอเชียยังคงดำเนินกิจการได้ในสภาวะเช่นนี้ VDI เป็นระบบเดสก์ท็อปที่ทำงานบนคลาวด์ ซึ่งโดยปกติจะติดตั้งอยู่ในศูนย์ข้อมูลขององค์กรดำเนินการและดูแลโดยบุคลากรด้านไอทีขององค์กรนั้น ๆ

ข้อดีคือระบบนี้ช่วยให้องค์กรสามารถปรับจูนและควบคุมฮาร์ดแวร์ที่ติดตั้งอยู่ในองค์กรและสภาพแวดล้อม ในการทำงานได้ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่เหมาะกับบริษัทที่มีข้อมูลที่มีความอ่อนไหวสูงโครงสร้างพื้นฐานไอทีที่มีความยืดหยุ่นสามารถช่วยปรับขยายการทำงานได้อย่างง่ายดายเพียงไม่กี่ขั้นตอนซึ่งเหมาะมากเมื่อองค์กรต้องเผชิญกับสิ่งที่ไม่คาดคิดมาก่อน หรือมีความต้องการเพิ่มขึ้นเช่น เหตุการณ์ที่คาดการณ์ไม่ได้ต่าง ๆ ที่เราได้พบเจอเมื่อเร็ว ๆ นี้

แต่ประโยชน์ที่แท้จริงที่องค์กรจะได้รับคือ VDI ช่วยให้บุคลากรทำงานได้อย่างคล่องตัวและมีความยืดหยุ่นในขณะที่ข้อมูลทางธุรกิจยังคงความปลอดภัย และไม่กระทบต่อผลงานหรือประสิทธิภาพ ระบบช่วยให้พนักงานทำงานได้จากทุกที่ บนอุปกรณ์ทุกประเภทอย่างปลอดภัยและสามารถเข้าใช้งานเดสก์ท็อป, ไฟล์ และเน็ตเวิร์คของพวกเขาได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ในสถานการณ์ความไม่สงบที่ฮ่องกง บริษัทยักษ์ใหญ่ทางการเงินของฮ่องกงใช้ระบบ VDI เพื่อเพิ่มความปลอดภัยสูงสุดให้กับพนักงานเพื่อหลีกเลี่ยงการเดินทางที่ไม่อาจคาดการณ์สถานการณ์รอบข้าง และเป็นอันตรายได้แต่พนักงานยังทำงานได้อย่างปลอดภัยในระดับสูงสุด

DaaS เป็นโซลูชั่นในการเข้าใช้เวอร์ชวลเดสก์ท็อปที่ให้บริการบนพับลิคคลาวด์โดยไม่ต้องพึ่งพาหรือใช้ฮาร์ดแวร์ที่ติดตั้งอยู่ภายในองค์กรแต่อย่างใด ทำให้ผู้ใช้เข้าใช้ได้อย่างรวดเร็วมีความยืดหยุ่น ปลอดภัย มีการป้องกันที่แน่นหนา และการเข้าใช้งานและเข้าถึงทรัพยากรไอทีได้เหมือนกับ VDI โดยมีต้นทุนเริ่มต้นต่ำกว่า

องค์กรอัจฉริยะ

VDI และ DaaS เข้ามามีบทบาทเต็มตัวเพื่อช่วยให้เกิดองค์กรอัจฉริยะ VDI และ DaaS ไม่เพียงมีความสำคัญต่อความต่อเนื่องและความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจเท่านั้นแต่ยังมอบผลประโยชน์ให้กับองค์กรดิจิทัลในช่วงเวลาที่มีความผันผวนเล็ก ๆ น้อย ๆ ดังนี้

ประสิทธิภาพ: เนื่องจากเป็นการรวมศูนย์ทรัพยากร ทำให้การแก้ปัญหา การอัพเกรดหรือการแพชเป็นแบบระบบเดียวนอกจากนี้การใช้แบนด์วิดท์น้อยลงยังช่วยลดการใช้ไฟฟ้าและประหยัดพลังงาน

ความยืดหยุ่น: ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงเวิร์กสเตชั่นและข้อมูลของบริษัทได้จากทุกที่บนทุกอุปกรณ์

ความปลอดภัย: ทำงานบนเซิร์ฟเวอร์เดี่ยว ทำให้ข้อมูลปลอดภัยมากกว่าและง่ายต่อการปกป้องรวมถึงอัพเกรด VDI และ DaaS ให้ความสามารถในการจำกัดการเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้ได้ตามนโยบายที่บริษัทกำหนด สร้างความมั่นใจในการใช้งานระบบเครือข่ายที่โปร่งใส

การพัฒนาล่าสุดของระบบ VDI ทำให้ใช้งานง่ายช่วยให้องค์กรต่าง ๆ สามารถเข้าถึงและใช้งานทรัพยากรไอทีได้มากขึ้น ช่วยลดเวลาความพยายาม และค่าใช้จ่ายในการติดตั้งโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าวนี้

VDI และ DaaS เป็นอนาคตของการทำงานด้วยซอฟต์แวร์

VDI และ DaaS เป็นโมเดลที่ร่วมกันทำให้ธุรกิจในเอเชียมีทางเลือกที่ง่ายและเข้าถึงได้เพื่อให้ความมั่นใจว่าพนักงานขององค์กรยังคงทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผลไม่ว่าจะอยู่ ณ ที่ใดดูเหมือนว่าโมเดลทั้งสองนี้จะเป็นเสาหลักของกลยุทธ์ด้านความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจของภูมิภาคนี้เนื่องจากองค์กรธุรกิจต่างมองหาแนวทางที่จะช่วยลดความเสี่ยงและการหยุดชะงักที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

อย่างไรก็ตามยังมีธุรกิจที่ยังติดขัดจากการที่พนักงานไม่สามารถมายังสำนักงานและไม่สามารถทำงานได้แต่ยังมีทางออกที่เทคโนโลยีช่วยได้

การที่ VDI และ DaaS เป็นโซลูชั่นที่ทำงานบนระบบคลาวด์เป็นเวิร์กสเปซแบบเสมือนสำหรับทีมงานลูกค้า หรือพาร์ทเนอร์ ที่สามารถเริ่มทำงานได้ภายในหนึ่งชั่วโมงเป็นปกติดังนั้นพนักงานที่ไม่สามารถมาทำงานได้จะสามารถเข้าใช้แอปพลิเคชั่นใด ๆได้อย่างปลอดภัยอย่างง่าย ๆ จากเว็บบราวเซอร์จากบ้านของพวกเขาโดยไม่ต้องดาวน์โหลดซอฟต์แวร์หรืออัปเกรดใด ๆซึ่งง่ายเหมือนเพียงใช้เม้าส์ชี้และคลิกเท่านั้น

ธุรกิจที่ใช้แนวทางที่ชาญฉลาดในสถานการณ์ที่ผันผวนของภูมิภาคเอเชียต่างได้เก็บดอกผลจากแนวทางนี้แล้ว

สำหรับบริษัทอื่น ๆ ในภูมิภาคที่ยังไม่ได้ปรับใช้เทคโนโลยีเหล่านี้หากเราหันมายอมรับและใช้เครื่องมือที่ทันสมัยเพื่อให้พนักงานของเราทำงานได้แบบโมบิลิตี้และมีประสิทธิภาพเพื่อให้ธุรกิจของเรามีความยืดหยุ่นเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงและเพื่อให้เศรษฐกิจของเราเติบโตอย่างรวดเร็ว ได้เร็วเท่าไรเราก็จะสามารถเชื่อมโยงบทบาทสำคัญของภูมิภาคนี้เข้าด้วยกันอย่างแนบแน่นได้เร็วขึ้นเท่านั้นทุกอย่างขึ้นอยู่กับพวกเราทุกคนที่จะสร้างความมั่นใจว่าภูมิภาคเอเชียจะยังคงเป็นผู้นำเศรษฐกิจโลกในศตวรรษหน้า