เทรนด์ E-Commerce ปี 2020

 

 

 

 

 

 

 


ในปี 2020  มีเทรนด์ e-Commerce อะไรน่าสนใจบ้าง

1. “ออนไลน์และออฟไลน์”
ผู้บริโภคต้องการช่องทาง บริการที่ติดต่อสื่อสารหลายช่องทาง (โดยเฉพาะจากออนไลน์ไปออฟไลน์) ปีที่ผ่านมา ผู้ค้าปลีกได้รวมเทคโนโลยีดิจิทัลลงร้านค้ามากขึ้น และเสนอบริการอย่างเช่น คลิกซื้อแล้วไปรับที่ร้าน หรือสแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อชำระสินค้า หรือแบรนด์ที่โตมาจากออนไลน์ได้ขยายไปขายบนร้านจริง เพื่อสร้างประสบการณ์ร่วมกับลูกค้า

2. “หมดเวลาแฟชั่น”
ในยุคที่คนตระหนักเรื่องสิ่งแวดล้อมมากขึ้นเรื่อย ๆ สินค้า Fast Fashion ที่เน้นการผลิตและขายในราคาถูก และมาเร็วไปเร็ว กลายเป็นการสร้างขยะให้ล้นโลก กลุ่มเป้าหมายสำคัญของ Fast Fashion คือวัยรุ่น แต่เมื่อ Gen Z ยุคนี้มีสำนึกรักษ์โลกมากขึ้น ๆ เราจึงได้เห็นแอป    สินค้าแฟชั่่นมือสอง   เราก็คงจะเห็นผู้เคยยิ่งใหญ่มาก่อนในตลาดแฟชั่นดิ้นรนเพื่อรักษายอดขายมากขึ้น

3. “หมดยุคตีหัวเข้าบ้าน”
การขายระยะสั้นที่ใช้ประโยชน์จากอารมณ์และความไม่มั่นคงของคน ซึ่งทำลายคุณค่าของแบรนด์ในระยะยาว ดังนั้น ทศวรรษใหม่ควรมุ่งไปที่การใช้เวลาสร้างแบรนด์และการผลิตคอนเทนต์ที่มีคุณค่า เพื่อสร้าง engage กับผู้ชมดีกว่า

4. “การบล็อกคุกกี้และการติดตามต่าง ๆ ส่งผล”
ในยุคแห่งการปกป้องความเป็นส่วนตัว เราจะเห็นเบราว์เซอร์ชั้นนำที่ทำให้การปกป้องความเป็นส่วนตัวดียิ่งขึ้นด้วยการบล็อกคุกกี้และการแทรคกิ้งทั้งหลาย ซึ่งแน่นอนว่าจะส่งผลต่อการรายงานและวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า คนทำ e-Commerce ต้องทำงานหนักขึ้น เนื่องจากการพึ่งพาคุกกี้เพื่อการติดตามวัดผลทางการตลาด 

5. “การใช้ AI ในเชิงรุก”
จากแค่ตอบรับ e-Commerce จะเดินหน้ารุก ด้วยการใช้แมชีนเลิร์นนิงเรียนรู้กระบวนการหลายอย่าง เช่น การระบุลูกค้าที่มีแนวโน้มจะซื้อ การทิ้งตะกร้าซื้อ หรือแม้แต่การคืนสินค้า ลำดับขั้นตอนของ AI ของ e-Commerce จะทำงานร่วมกับขั้นตอนอื่่น อย่าง CRM และ ERP

6. “GDPR ยังน่าปวดหัว”
เพราะการที่บางองค์กรได้ดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจังในการคัดข้อมูลลูกค้าเพื่อปิดทุกความเสี่ยงจากผลกระทบของกฎหมาย ได้ส่งผลต่อนักการตลาดในการทำการตลาด แทนที่จะหาวิธีที่ดีที่สุดในการใช้ข้อมูลที่ยังอยู่ในกรอบของกฎหมาย เพื่อให้เกิดการสื่อสารกับ        ูกค้าอย่างต่อเนื่อง ทำให้พลาดโอกาสทางการตลาดอย่างน่าเสียดาย เพราะฉะนั้นสิ่งที่ควรทำคือการทำความเข้าใจในตัวบทกฎหมายอย่างถ่องแท้ และการสามารถนำมาใช้เพื่อทำการตลาดให้มากที่สุด
สำหรับประเทศไทยเอง หลายคนลุ้นให้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่จะใช้บังคับเต็มรูปแบบในปลายเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้ เลื่อนออกไป แต่คนที่เตรียมพร้อมรองรับไว้แล้ว ยังไงก็ได้เปรียบกว่า