เพิ่มยอดขายด้วยเทคนิค ‘รีวิว’

ทุกวันนี้ ถ้าจะอยากซื้อผลิตภัณฑ์อะไร จะลองทำกิจกรรมหรือไปเที่ยวที่ไหน ก็มีคนรีวิวสิ่งต่างๆ เหล่านั้นไว้ให้ก่อนแล้ว ไม่ว่าจะเป็นข้าวของในบ้าน เครื่องสำอาง ร้านอาหารทุกหนแห่ง ไปจนถึงแหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรมต่างๆ ยิ่งสำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ การรีวิวถือว่าเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการสร้างยอดขาย

การรีวิวสินค้าถือเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากผู้บริโภคยุคนี้มีนิสัยชอบแสวงหาอ่านรีวิวการใช้งานจริงของผู้อื่นก่อนตัดสินใจควักเงินซื้อสินค้าใดๆ และสื่อโซเชียลก็เป็นแหล่งรวมรีวิวผลิตภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกนี้ก็ว่าได้

นักรีวิวยอดนิยมในปัจจุบันมักเป็นผู้สร้างคอนเทนต์อิสระ ไม่ว่าจะเป็นบล็อกเกอร์ ยูทูปเบอร์ หรืออินฟลูเอนเซอร์หน้าใหม่ ผู้สร้างคอนเทนต์เหล่านี้มักมีฐานผู้อ่านหรือผู้ชมที่พร้อมจะให้ความสนใจ และเชื่อถือในสิ่งที่นักรีวิวเขียนหรือพูดถึงเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ และยังนิยมชมชอบในตัวตนหรือบุคลิกของผู้สร้างคอนเทนต์อีกด้วย เมื่อไม่กี่ปีมานี้ กลุ่มผู้เสพคอนเทนต์ในประเทศไทย เมียนมา อินโดนีเซีย และเวียดนาม ต่างมีแนวโน้มเปลี่ยนไปเชื่อสิ่งที่อินฟลูเอนเซอร์พูดมากกว่าสื่ออื่นๆ ดังนั้นอาจเป็นการดีหากแบรนด์ของคุณจะลองมองหาผู้มารีวิวสินค้าจากกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์เหล่านี้

เทคนิคในการสร้างรีวิวให้กับแบรนด์  ดังนี้

1.สร้างสัมพันธ์ที่ดีกับเหล่านักรีวิว

พยายามติดต่อและขอข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับโปรไฟล์ของนักรีวิวและค่าโฆษณาเอาไว้แต่เนิ่นๆ พร้อมจัดทำเป็นฐานข้อมูลเอาไว้ภายในองค์กร เมื่อรู้จักลักษณะเฉพาะของนักรีวิวแต่ละรายดีพอแล้ว จะช่วยให้คุณเลือกนักรีวิวที่เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์แต่ละอย่างได้ คงเป็นเรื่องดีที่คุณจะสามารถเป็นตัวกลางเพื่อบอกกับลูกค้าว่าคุณรู้จักนักรีวิวที่ใช่สำหรับผลิตภัณฑ์ และสามารถบอกกับนักรีวิวได้อย่างมั่นใจว่าคุณมีผลิตภัณฑ์โดนๆ มาให้นักรีวิวคนดังกล่าวโดยเฉพาะ

2.ระบุเงื่อนไขของการรีวิวชัดเจน

เทคนิคการรีวิว ต้องให้แน่ใจว่าสื่อสารกันอย่างชัดเจนในทุกๆ เรื่อง ตั้งแต่ต้น เพื่อป้องกันความเข้าใจผิที่อาจจะตามมาได้ เช่น ควรทำรีวิวออกมาในรูปแบบไหน มีประเด็นอะไรเด่น หรือต้องเน้นอะไรบ้าง โดยควรรับทราบทิศทางที่ชัดเจนมาจากแบรนด์ของลูกค้า เพื่อส่งงานต่อไปยังผู้รีวิวได้อย่างไม่ตกหล่น และให้แน่ใจว่าผู้รีวิวเข้าใจจุดเด่นของผลิตภัณฑ์นั้นๆ ซึ่งจะช่วยให้บทรีวิวออกมาตรงตามที่คาดหวัง การทำเอกสารสรุปข้อมูลสำคัญของตัวผลิตภัณฑ์เอาไว้อย่างครบถ้วน นับว่าเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะสำหรับผลิตภัณฑ์เทคโนโลยี เนื่องจากผู้บริโภคมักต้องการทราบคุณลักษณะเฉพาะของผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีโดยละเอียดมากกว่าผลิตภัณฑ์ประเภทอื่นๆ

นอกจากนี้ในกรณีที่มีค่าใช้จ่าย การสื่อสารเรื่องเงื่อนไขการชำระเงินก็นับเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องสื่อสารอย่างชัดเจนตั้งแต่ต้น รวมถึงรายละเอียดด้านภาษี โดยต้องอธิบายอย่างละเอียดทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงอัตราราคาให้แก่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และพยายามสื่อสารทันทีตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะความสัมพันธ์ระหว่างเอเจนซี่กับนักรีวิวก็เช่นกันกับความสัมพันธ์อื่นๆ ที่ยากจะประสานได้หากมีความเข้าใจไม่ตรงกันในเรื่องเงินๆ ทองๆ

3.ร่างเอกสารสัญญาให้เรียบร้อย

เอกสารสัญญาที่มีผลข้อผูกพันทางกฎหมาย เป็นสิ่งที่จำเป็นจะต้องมีเอาไว้เมื่อทำการส่งมอบผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีที่มีมูลค่าสูงให้แก่นักรีวิว เพื่อให้มั่นใจได้ว่าจะได้กลับมาในสภาพดีดังเดิม หากไม่มีการเซ็นสัญญาเอาไว้ อาจมีความเป็นไปได้ที่ตัวผลิตภัณฑ์จะสูญหายหรือเสียหาย การมีข้อตกลงกันเอาไว้เป็นลายลักษณ์อักษรก็เพื่อให้นักรีวิวได้เข้าใจเงื่อนไขและรายละเอียดอย่างครบถ้วน และเช่นเดียวกับเทคนิคข้อที่ 2 คือทุกฝ่ายควรมีรายละเอียดที่ชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อให้เข้าใจตรงกัน

4.ต้องรู้จักกลุ่มเป้าหมายของคุณ

การเลือกผู้รีวิวที่ใช่จะต้องดูจากหลากหลายปัจจัย รวมถึงประเภทหรือตัวผลิตภัณฑ์เอง โดยสินค้าแต่ละอย่างอาจจะเหมาะกับการส่งให้นักรีวิวพร้อมกันหลายๆ ราย โดยแต่ละรายมียอดติดตามพอประมาณ ผลิตภัณฑ์บางอย่างอาจเหมาะกับการส่งให้นักรีวิวชื่อดังเพียงรายเดียวก็ได้ หากเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีตลาดเฉพาะของตัวเองและมีนักรีวิวในด้านนี้เพียงไม่กี่ราย คุณอาจต้องเลือกส่งผลิตภัณฑ์ไปให้กับผู้รีวิวอย่างน้อยหนึ่งราย ถ้าหากเป็นตลาดที่ค่อนข้างกว้างและหลากหลาย การเลือกนักรีวิวที่น่าเชื่อถือหลายรายพร้อมกันให้รีวิวผลิตภัณฑ์ก็นับเป็นวิธีที่ดีกว่าในการใช้งบให้เกิดผลสูงสุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อฐานผู้ติดตามของนักรีวิวมีแนวโน้มสูงที่จะมีส่วนร่วม หรือปฏิสัมพันธ์กับเนื้อหาของผู้รีวิว คอนเทนต์จากนักรีวิวแต่ละรายจะช่วยให้ความนิยมชมชอบและการตอบรับจากผู้ติดตามเพิ่มขึ้น เนื่องจากพวกเขารู้สึกว่านักรีวิวกำลังสื่อสารกับพวกเขาโดยตรง

5.เชื่อใจนักรีวิวให้ออกแบบเนื้อหารีวิวของตัวเอง

นักรีวิวแต่ละคนมีกลุ่มผู้ติดตามเป็นของตัวเอง เนื่องจากจุดเด่นเฉพาะตัวที่แตกต่างกันออกไป เพราะฉะนั้นเอเจนซี่และแบรนด์ไม่ควรพยายามเปลี่ยนแปลงรูปแบบเนื้อหาที่นักรีวิวทำอยู่แล้ว แต่ต้องเคารพในแนวทาง วิธีการเล่าเรื่อง และการรีวิวอย่างตรงไปตรงมาที่ผู้รีวิวแสดงออกมา รวมทั้งส่วนดีหรือข้อจำกัดที่นักรีวิวมองเห็นในตัวผลิตภัณฑ์