เมื่อธุรกิจคุณสุ่มเสี่ยงจะ……รับมืออย่างไรดี

 

 

 

 

 

 

ในช่วงที่ ธุรกิจเจอวิกฤติ ทำให้กระทบธุรกิจของคุณอย่างหนัก จะมีแนวทางในการแก้ไข หรือต้องทำเพื่อประคับประคองธุรกิจที่กำลังแย่  มันมีคำตอบ เอาไปปรับใช้ได้ สำหรับธุรกิจที่กำลังเจอภาวะวิกฤติและหาทางออก

การแก้ไขหรือฟื้นฟูธุรกิจ มันจะทำเหมือนกันไม่ได้ เพราะโจทย์ที่ได้รับแตกต่างกัน ไม่สามารถลอกเลียนแบบวิธีการกันได้  สาเหตุของปัญหาของธุรกิจแต่ละที่นั้นไม่เหมือนกัน หลักการจึงแก้ไขได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น ที่เหลือคุณต้องจัดการเอาเอง

ตรวจสอบสถานะทางการเงิน  คือการตรวจสอบสถานะว่า มีรายรับค้างจ่ายเท่าไหร่ หนี้สินมีแค่ไหน ความสามารถในการใช้จ่ายได้ในระดับใด ที่สำคัญ คือ ดูว่าเงินสดมีในมือเท่าไหร่ ถ้าไม่มี หาให้ได้ ถ้าไม่ได้ ก็ไม่ดี สรุปที่ต้องดู คือ ค่าใช้จ่ายต่อเดือน ค่าไฟ ค่าน้ำ ค่าอินเตอร์เน็ต ค่าเช่า ค่าดอกเบี้ย ค่าดำเนินการ ค่าบำรุงรักษาอุปกรณ์ ค่าเงินเดือนพนักงาน และไม่เพียงแค่ดู สรุปด้วยว่าเงินที่คุณมีอยู่ หรือหามาได้ จะอยู่ได้อีกกี่เดือน แนะนำว่า ควรมีให้มากกว่า 6 เดือนถ้าเป็นไปได้ น้อยกว่านั้น อาจต้องพึ่งปาฏิหาริย์

มีสติ เอาจริงๆ ไม่ได้แนะนำให้ปลง แต่สติ ทำให้คุณสามารถ ตรวจสอบ แยกแยะ และ วิเคราะห์สิ่งที่เกิดขึ้นที่ผ่านๆ มา ค้นหาคำตอบให้ได้ว่า จุดบอดของธุรกิจของเราจริงๆ มันเกิดจากภายนอก หรือปัจจัยภายใน ค้นหาให้เจอ ตลอดจนกำหนดแนวทางการแก้ไขไว้ ดังนั้นเรื่องแรกที่คุณต้องทำเมื่อเจอวิกฤติ คือการมีสติ และใช้ปัญญา

ส่งความคิดถึงไปหาลูกหนี้ที่รัก ขายดี อาจไม่ใช่รายรับดี อย่ามัวระเริงอยู่กับการขายและยอดขายเพราะเป็นมายา จนลืมไปว่ารายรับหรือการวางบิลและเก็บเงินต่างหากคือของจริง ที่สำคัญ หากธุรกิจคุณเผชิญวิกฤติ การให้เครดิตลูกค้าต้องดูสภาพคล่องตัวเองด้วย บางรายเห็นยอดดี ออเดอร์เยอะ เลยยอมให้เครดิตวงเงินสูง สุดท้าย ชักหน้าไม่ถึงหลัง ดังนั้นควบคุมการให้เครดิต และเพิ่มการขายเงินสดแทน

โฟกัสตลาด การตลาดคืออีกทางรอดของธุรกิจ อย่ารอให้โอกาสมันวิ่งเข้าหาอย่างเดียว แต่ต้องเข้าไปหามัน ดังนั้นการสร้างการตลาดในรูปแบบต่างๆ เพื่อ สร้างโอกาสเดิม และโอกาสใหม่ที่อาจจะเข้ามา เช่น อาจจะออกสินค้าใหม่เพื่อสร้างโอกาสใหม่ให้ธุรกิจของเราเอง มองว่านี่คือการใช้เงินซื้อโอกาส แต่นั่นต้องอยู่บนพื้นฐานการตลาดที่เฉียบ ทั้งขยายช่องทางใหม่ๆ อย่าง สมัยนี้ ช่องทาง ออนไลน์ มาแรง ต้องลองดู

บุคลากร คือเครื่องมือแห่งความสำเร็จ หลายธุรกิจเมื่อเจอปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน หนึ่งในทางเลือกที่ชอบใช้คือการลดพนักงาน ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องผิด เพราะบางขณะอาจจะต้องทำ เพื่ออยู่รอด แต่ต้องไม่ลืมว่าธุรกิจจะสำเร็จได้ต้องมีบุคลากรที่มีศักยภาพช่วยเป็นฟันเฟืองในการขับเคลื่อนงานในบริษัท ดังนั้นพยายามรักษาพนักงานที่มีค่าของบริษัท เรื่องนี้ผลงานจะชี้วัดได้ดี

เช็กสต๊อกสินค้าคงเหลือ ปริมาณสินค้าคงคลังของเราเป็นเรื่องที่ควรรู้ เพราะนี่คือรายได้ของคุณในอนาคต ทั้งต้องกำหนดภาระการเก็บสต๊อกสินค้าใช้ชัด ง่ายๆ เลยคำนวณยอดขายในแต่ละเดือน แนะนำว่าในช่วงที่ธุรกิจคุณเจอวิกฤติ การสต๊อกสินค้าไม่ควรเกิน 3 เท่าของปริมาณยอดขายของแต่ละเดือน เพราะสต๊อกไม่ได้หมายถึงยอดขายอย่างเดียว แต่ยังเป็นภาระค่าจัดเก็บด้วย ต้องดูไทม์ไลน์การผลิตด้วย

ค้นหาลูกค้าผู้น่ารัก ลูกค้ามีหลายประเภท แต่ประเภทที่ธุรกิจของเราช่วงที่กำลังเจอวิกฤติ คือ ลูกค้ารายใหญ่ แพลนยาว กลุ่มนี้ซื้อเยอะ ซื้อต่อเนื่องยาวนาน ใครๆก็ชอบ ดังนั้นเกาะให้ติด และอีกแบบคือ ลูกค้าที่จ่ายเงินสด อย่างที่บอกในข้างต้น เงินสดคือสายป่านสำคัญของการทำธุรกิจ ดังนั้น เช็กประวัติการซื้อขายช่วงที่ผ่านมา โฟกัส 2 กลุ่มนี้ ขายให้ได้ ได้กำไรน้อยดีกว่าไม่ได้เลย อย่าให้เข้าเนื้อก็พอ

อย่างที่กล่าวในตอนต้น นี่ไม่ใช่สูตรสำเร็จ เป็นเพียงไกด์ไลน์ให้คุณได้สู้ต่อ และหากคุณจริงจังกับมัน โอกาสก็ย่อมมีมากกว่าไม่ทำอะไรเลย

ที่มา  thaismartsme.com