10 เมกะเทรนด์ในอีก 5 ปีข้างหน้า

หัวเว่ยเผยแพร่รายงานวิสัยทัศน์อุตสาหกรรมทั่วโลก (Global Industry Vision – GIV) คาดการณ์การพัฒนาด้านเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมต่อเนื่องถึงปี 2568

10 เทรนด์วิสัยทัศน์อุตสาหกรรมทั่วโลก (GIV) ปี 2568 มีดังนี้

1. เศรษฐกิจการอยู่ร่วมกัน (Symbiotic Economy): บริษัททั่วโลกกำลังนำเทคโนโลยีดิจิทัลและแอปพลิเคชันอัจฉริยะบนแพลตฟอร์มการเข้าถึงแบบเดียวกันมาปรับใช้ ทำให้เกิดความร่วมมือที่ยิ่งใหญ่มากขึ้น การแบ่งปันทรัพยากร อีโคซิสเต็มระดับโลกที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น และผลิตผลที่สูงขึ้น  บริษัททุกหนแห่งจะใช้เทคโนโลยีคลาวด์ และแอปพลิเคชันทางธุรกิจร้อยละ 85 จะอยู่บนคลาวด์

2. ใช้ชีวิตกับหุ่นยนต์ (Living with Bots): ความก้าวหน้าทางด้านวัสดุศาสตร์ การเรียนรู้ของเอไอ และเทคโนโลยีเครือข่ายต่างๆ ส่งเสริมให้มีการใช้งานหุ่นยนต์ในรูปแบบต่างๆ ทั้งการเป็นผู้ช่วยในบ้านและผู้ช่วยส่วนตัว คาดการณ์ว่าทั่วโลกจะมีอัตราการใช้งานหุ่นยนต์ตามบ้าน

3. การติดตั้งใช้งาน 5G อย่างรวดเร็ว: 5G มาแล้ว และเริ่มมีการติดตั้งใช้งานรวดเร็วกว่าเทคโนโลยีไร้สายยุคก่อน ๆ มาก นำมาซึ่งโอกาสอันยิ่งใหญ่ทั้งสำหรับบุคคล ธุรกิจ และสังคม รายงาน GIV ได้คาดการณ์ว่า ร้อยละ 58 ของประชากรทั่วโลกจะสามารถเข้าถึง 5G ได้

4. ซูเปอร์ไซต์ (Super Sight): การผนวกรวม 5G, VR/AR, แมชชีนเลิร์นนิ่ง และเทคโนโลยีใหม่อื่นๆ จะช่วยให้เรามองข้ามระยะทาง ความผิดสัดส่วน พื้นผิว และก้าวไปไกลกว่าที่เคย เปิดมุมมองการมองเห็นของผู้คน ธุรกิจ และวัฒนธรรมที่หลากหลาย รายงาน GIV คาดการณ์ว่าจำนวนบริษัทที่ใช้ AR/VR จะเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 10

5. ทำงานกับหุ่นยนต์ (Working with Bots): หลังจากที่ได้พลิกโฉมหน้าอุตสาหกรรมจำนวนมากไปแล้ว ระบบ Smart Automation จะเข้ามาช่วยงานที่ต้องอาศัยความแม่นยำสูง การทำงานซ้ำ ๆ และอันตรายมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการผลิต

6. ถนนเฉพาะ (Tailored Streets): ระบบการเดินทางอัจฉริยะต่างๆ จะเชื่อมโยงผู้คน ยานพาหนะ และสาธารณูปโภค ทำให้การจราจรไม่แออัด สนองตอบต่อเหตุฉุกเฉินได้รวดเร็ว พร้อมฟังก์ชันอื่น ๆ ที่จะทำให้ชีวิตราบรื่นยิ่งขึ้น

7. ความคิดสร้างสรรค์แต่งเสริม (Augmented Creativity): เอไอคลาวด์จะช่วยลดต้นทุนและอุปสรรคในการเข้าถึงการทดลองทางวิทยาศาสตร์ นวัตกรรม และศิลปะ เปิดขุมทองแห่งโอกาสการสร้างสรรค์สำหรับทุกคน

8. ซีโรเสิร์ช (Zero Search): เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ดีไวซ์ที่ขับเคลื่อนด้วยดาต้าและมีเซนเซอร์ เริ่มมีความสามารถในการคาดการณ์สิ่งที่เราต้องการ คำตอบจะปรากฏให้เห็นในแบบที่คุณไม่ต้องถามเลยด้วยซ้ำ การค้นหาในอนาคตจะไม่มีปุ่มกด เครือข่ายสังคมส่วนบุคคลจะสร้างขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย และอุตสาหกรรมก็จะได้ประโยชน์จาก “การบำรุงรักษาที่ไม่ต้องค้นหา หรือที่เรียกว่า Zero-Search

9. การสื่อสารแบบต่อเนื่อง (Frictionless Communication): เอไอและระบบการวิเคราะห์บิ๊กดาต้าจะสร้างการสื่อสารที่ไร้รอยต่อระหว่างบริษัทและลูกค้า รวมถึงทลายกำแพงทางภาษา ความเที่ยงตรง ความเข้าใจ และความเชื่อใจ จะกลายเป็นรากฐานของการสื่อสารในอนาคต

10. การกำกับดูแลด้านดิจิทัลทั่วโลก: ความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัลต้องมีการถ่วงดุลด้วยมาตรฐานการจัดการข้อมูลที่ใช้ร่วมกันและหลักการใช้งานดาต้า

มร. เควิน จาง ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด ด้านโครงสร้างสาธารณูปโภค ICT ของหัวเว่ย กล่าวไว้ว่า “การสำรวจของมนุษย์จะไม่มีวันสิ้นสุด เราควรจะตั้งเป้าหมายให้ไกลกว่าสิ่งที่เรามองเห็นในตอนนี้และมองไปยังอนาคต เปลี่ยนจากนวัตกรรมไปสู่การประดิษฐ์สิ่งใหม่ ๆ ในขณะที่ทุก ๆ อุตสาหกรรมเริ่มมีการปรับใช้ปัญญาประดิษฐ์, 5G, คลาวด์คอมพิวติ้ง และเทคโนโลยีใหม่อื่น ๆ

การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วที่มีผลต่อชีวิต การทำงาน และสังคม หัวเว่ยมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างฉ ประสบการณ์การใช้งาน และเทคโนโลยีอัจฉริยะที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพการเชื่อมต่อในทุกหนแห่งสำหรับการใช้งานทุกรูปแบบ พันธกิจของเราคือการนำอนาคตอัจฉริยะและประโยชน์แห่งโอกาสในการเจริญก้าวหน้ามาสู่คนทุกคน บ้านทุกหลัง และองค์กรทุกแห่ง”

https://www.smartsme.co.th