8 อาชีพออนไลน์ ทำเงิน ปี 2019 แนะนำ ยุค 4.0

ชีวิตจะง่ายและมีอิสระมากขึ้น ด้วยการใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยขน์กับชีวิตมากที่สุด ปรับชีวิตให้ตามทันกระแสของโลกที่กำลังเปลี่ยนไปเรื่อยๆอย่างไม่มีวันหยุด จะช่วยให้สามารถทุ่นแรงที่ต้องใช้ในการทำงานได้และสามารถอยู่รอดในโลกอนาคต
อาชีพออนไลน์ ยุค 4.0 คือ การทำงาน ทำธุรกิจผ่านทางอินเตอร์เน็ท ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขายสินค้าแบบทั่วๆไป หรือจะเป็นการขาย สินค้าแบบดิจิตอล จนถึงการหาลูกค้าออนไลน์ การให้บริการต่างๆผ่านระบบออนไลน์ เช่น ขายของออนไลน์

เมื่อก่อนเราอาจจะรู้จักอาชีพที่สร้างรายได้ผ่านช่องทางออนไลน์ได้ ไม่กี่อาชีพ  แต่  ตอนนี้โลกเปลี่ยนไป    อาชีพออนไลน์แตกออกมาเยอะมาก บางอย่างก็ใกล้ตัวสุดๆ   แต่เราไม่เคยสนใจมัน

1.Online Educator   ที่เรียกว่า ครูสอนออนไลน์ เน้นการขายสินค้าเป็นสินค้าที่มาจากความรู้และประสบการณ์ของเราเอง อย่างเช่น  สร้างคอร์สเรียนออนไลน์ หรือรับจ้างสอนตามสถานที่ต่างๆ เหมาะกับคนที่มีความรู้เยอะเป็นพิเศษและอยากจะแบ่งปันสิ่งที่รู้ให้กับคนในสังคม อย่างเช่น ครูสอนภาษาอังกฤษ ครูสอนดนตรี หรือจสอนทำขนม ไปจนถึงคนที่มีความรู้ทางด้านงานอาร์ท เช่น สอนถ่ายรูป  สอนทำเว็บ สอนทำกราฟฟิค   เมื่อเรามีฐานลูกค้ามาก และสินค้าที่เราทำตอบโจทย์กับกลุ่มลูกค้าเหล่านั้น ก็สามารถทำเงินได้เช่นกัน

2.ขายของ Online    อาชีพนี้ ต้องขยัน อดทนมาก สำหรับการขายของออนไลน์ ต้องพร้อมตอบคำถามลูกค้าเกือบจะ 24 ชั่วโมง ต้องอัพเดทสินค้าทำการโปรโมทอย่างสม่ำเสมอ ต้องส่งของ  พูดคุยกับลูกค้า และอดทนกับความจุกจิกของการซื้อขายได้ สามารถทำเงินได้เร็วเมื่อขายสินค้าได้ สินค้าที่นิยมขายกันก็มีตั้งแต่เครื่องสำอาง อาหาร เสื้อผ้า เฟอร์นิเจอร์ ของแต่งบ้าน ทุกอย่างที่จะจินตนาการได้ เราสามารถขายสินค้ากันที่ Marketplace อย่างเช่น  lazada ,  ebay , amazon , etsy

อีกวิธีคือการสร้างเว็บไซต์เอาไว้ขายของเอง ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีเช่นกัน การขายสินค้าออนไลน์ดีตรงที่ประหยัดต้นทุนค่าเช่าร้าน

 

3.Blogger    เป็นอาชีพได้ เช่น บล็อกเกอร์สายอาหาร สายท่องเที่ยว บิวตี้บล็อกเกอร์สายแต่งหน้า เป็นต้น รายได้ดี เป็นอาชีพที่น่าสนใจ อาจจะมีคนทำเยอะแล้ว แต่ต้องสร้างความแตกต่างให้มันไม่เหมือนกับที่ทำกันในตลาด แล้วก็ต้องขยันมากขึ้น การสร้างแบรนด์ที่ชัดเจน มีเอกลักษณ์ มีแผนงานชัดเจนและผลิตงานอย่างสม่ำเสมอ สิ่งที่ต้องมีคือ Website ที่เอาไว้เก็บข้อมูลเป็นหลักและโซเชี่ยลอย่าง Facebook, Instagram, Youtube, Twitter

บล็อกเกอร์สามารถทำรายได้ได้ 2 แบบคือ

3.1.ทำรายได้จาก Google Adsense

ต้องมีเว็บไซต์ของตัวเอง อยู่บน Platform ที่ Google มองเห็น ควรใช้ WordPress  แล้วสร้างบทความที่มีคุณภาพไว้ในเว็บเยอะๆ มีการอัพบทความอย่างสม่ำเสมอ จากนั้นเราก็สมัคร Google Adsense รอการอนุมัติจากกูเกิล แล้วเราก็ทำพื้นที่สำหรับโฆษณาของกูเกิลไว้บนเว็บไซท์ของเรา หาคนเข้ามาดูที่เว็บไซท์เราเยอะๆ เพียงเท่านี้เราก็สามารถสร้างรายได้ให้ตัวเองได้แล้ว

3.2 Sponsor

ถ้าเว็บบล็อกของเรามีบทความที่ติดอันดับบนกูเกิล มีลูกเพจเฟซบุ๊คตามเป็นจำนวนมากๆ มีแฟนคลับเข้ามาอ่านเป็นประจำ ก็เป็นไปได้ว่าวันหนึ่งอาจจะมีสปอนเซอร์ติดต่อเข้ามาเพื่อให้เราเขียนบทความให้กับสินค้าของเค้าในสไตล์ของเรา เพราะเราสามารถทำให้คนเชื่อมั่นในสินค้านั้นๆได้ และทำให้สินค้าของเค้าเป็นที่รู้จักมากขึ้น

4.Dropshipper   ถ้าขายของออนไลน์แต่ไม่อยากลงทุนสต็อคสินค้า  ขอราคาสินค้าในราคาพิเศษให้กับเรา ส่วนเราก็โปรโมทสินค้า สร้างเว็บไซท์ สร้างแฟนเพจ ให้คนมาซื้อสินค้าผ่านเรา เมื่อมีลูกค้าสนใจซื้อก็ส่งออเดอร์ที่ลูกค้าสั่งไปที่ซัพพลายเออร์ให้เค้าส่งสินค้าไปที่ลูกค้าโดยตรง ไม่ต้องผ่านเรา รายได้ก็แบ่งเปอร์เซ็นต์กันตามที่ตกลงเอาไว้   เป็นวิธีที่สะดวก แต่เราตัองรู้จักเทคนิคการทำการตลาดออนไลน์บนหลาย platform แบบละเอียดยิบ ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้ขายสินค้าได้ ต้องสร้างแบรนด์สำหรับขายสินค้านั้นอย่างจริงจัง ซึ่งในแบรนด์ของเรานั้นสามารถขายสินค้าหลายชิ้นที่เป็นประเภทเดียวกันได้เพื่อให้ลูกค้ามีทางเลือกมากขึ้น

5.YouTuber    สำหรับคนที่เป็นสายบันเทิง ชอบความตลก การทำ Youtube จะเหมาะมาก ทำ Video Content ในเรื่องที่เราสนใจ ถนัด และง่ายต่อการทำทุกๆวัน เปิดช่องให้สามารถรับเงินจาก Youtube ได้ ยิ่งวิดีโอของเรามียอดวิวมากเท่าไหร่ รายได้ของเราก็จะมากขึ้นตาม เป็นได้ทั้งสายบันเทิง ทำรายการสนุกๆ สาย Inspiration, Motivation หรือจะเป็นสายให้ความรู้ เช่น สอนการทำอาหาร สอนทำขนม สอนร้องเพลง เล่นดนตรี ได้หมดทุกอย่าง

6.Online Marketer  ถ้ามีวามเชี่ยวชาญทางด้านการตลาดออนไลน์ ชอบอัพเดทเทรนด์และฟีเจอร์ใหม่ๆของเทคโนโลยี เป็นตัวแม่ของMarketing  อาชีพนี้เข้าทาง เราอาจจะเลือกเชี่ยวชาญซักหนึ่งแพลทฟอร์มก็ได้ ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Instagram, Youtube, Twitter, Google, E-Mail Marketing    เราสามารถรับทำเป็นเซอร์วิสให้บริการและให้คำแนะนำกับกลุ่มบุคคลที่สนใจได้ อย่างเช่น คนที่ทำ SME คนที่ทำ Personal Branding ยิ่งในยุคนี้การทำการตลาดออนไลน์ก็ยิ่งเป็นที่ต้องการมากขึ้นทุกวัน แต่คนที่ทำในสายงานนี้มีจำกัด   จำเป็นที่จะต้องรีบคว้าโอกาสเอาไว้

7.Online Consultant    อาชีพนี้น่าสนใจตรงที่ว่าเราสามารถใช้ความรู้เฉพาะทางของเรามาให้คำแนะนำกับคนที่ต้องการความช่วยเหลือได้ ซึ่งจะจัดอยู่ในประเภทการให้บริการ อย่างเช่นการให้คำปรึกษาเรื่องการสร้างแบรนด์ เรื่องบัญชี เรื่องการเงิน ไปจนถึงการให้คำแนะนำเรื่องปัญหาสุขภาพจิต เป็นต้น  เราอาจจะใช้การสร้างแบรนด์และเว็บไซต์ให้เราดูน่าเชื่อถือ และหาลูกค้าออนไลน์ ไปจนถึงการใช้เทคโนโลยีในการสื่อสารกับลูกค้า อย่างเช่น การวิดีโอคอลผ่าน Skype, Line, Facebook เพื่อให้คำปรึกษากับลูกค้า นอกจากนี้เราสามารถสร้างเอกสารคู่มือ ข้อแนะนำ ให้เป็นแบบ Digital Product ได้อีกด้วย

8.Freelancer   สามารถทำให้เป็นงานออนไลน์ได้เช่น การหางานออนไลน์ผ่าน Social อย่างเช่น Behance, Dribbble สำหรับเหล่าดีไซน์เนอร์ หรือส่งงานกันออนไลน์ด้วยการอัพโหลดงานผ่านเว็บ wetransfer หรือจะใช้ dropbox    ส่วนอาชีพที่สามารถเป็น Freelance ก็มีหลากหลาย ตัวอย่างเช่น คนที่มีอาชีพเป็น Web Developper, Graphic Designer, Film Maker ช่างภาพ  งานฟรีแลนซ์บางทีมันได้เงินไม่เยอะเท่าที่เราลงแรงเหนื่อยไป    ต้องยอมตามใจลูกค้า เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาแล้วทำให้จบงานยากอีก ฉะนั้นสิ่งสำคัญที่ต้องทำคือการตั้ง Position สไตล์งาน และความน่าเชื่อถือของเราให้ดูเป็นมืออาชีพตั้งแต่ตอนแรก ด้วยการทำ website ที่เป็นแบรนด์ของเราเอง   สร้าง Portfolio ออนไลน์ เพื่อให้ลูกค้ายอมรับและเชื่อใจที่จะร่วมงานกับเราและยินดีจ่ายเงินตามราคาค่าแรงที่เราตั้งไว้

ข้อดีของการทำอาชีพ Online ยุค 4.0 คือ

 

1.ฐานของลูกค้าไม่จำกัด   สามารถขายสินค้าและบริการให้กับคนทั้งโลกได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นเมืองไทย หรือกรุงเทพฯเท่านั้น เพราะเราได้สร้างฐานข้อมูลไว้บนโลกออนไลน์แล้ว ที่ไหนที่มีอินเตอร์เน็ทก็สามารถเข้าถึงเราได้ทั้งนั้น   เช่น งานออนไลน์ของเราจะช่วยให้เข้าถึงกลุ่มคนไทยที่กระจายอยู่ตามมุมต่างๆของโลกที่สนใจได้ และถ้าหากว่าเราสามารถทำงานให้เป็นภาษาอังกฤษได้ก็จะยิ่งเข้าถึงคนในระดับ Global ที่มากขึ้นอีกได้ นอกจากนี้เรายังสามารถหา ตัวช่วยต่างๆ ในการทำอาชีพออนไลน์ของเราได้ โดยการใช้เทคโนโลยี อย่างเช่น การหารูปภาพประกอบงาน การทำงานดีไซน์ การหาคนมาช่วยทำงานที่เราไม่ถนัด เช่น งานตัดวิดีโอ ทำเว็บไซต์ เป็นต้น

2.ลงทุนน้อย  ต้นทุนต่ำ ใช้ความรู้ความสามารถของเราให้เกิดประโยชน์สูงสุด  สามารถทำไปด้วยในขณะที่ยังคงทำงานประจำได้ ยิ่งเรามีความรู้ทางด้านเทคนิคที่เกี่ยวข้องเยอะก็ยิ่งช่วยให้ประหยัดค่าจ้างลงไปได้อีกเยอะเลย เช่น การทำเว็บไซท์ การเขียนบล็อก การตัดวิดีโอ การถ่ายภาพ การทำมาร์เก็ตติ้งออนไลน์

 

3.มีอิสระในการใช้ชีวิตได้  วางแผนงานว่าจะทำอะไร เมื่อไหร่ อย่างไรโดยไม่ต้องมีคนมาสั่งให้ทำ   และถ้าเราเซ็ทระบบออโตเมติกทุกอย่างเอาไว้ดีแล้ว อย่างเช่นการทำมาร์เก็ตติ้งโดยใช้ Youtube ที่เป็น platform ที่สามารถเรียกทราฟฟิกให้เราได้แบบอัตโนมัติ หรือจะเป็นการทำ SEO ให้เว็บของเราขึ้นอันดับในกูเกิล ก็ทำให้มีคนเข้ามาหาเราได้เรื่อย ๆเช่นกัน แม้กระทั่งการสร้างสินค้า Infoproduct แบบ Digital Download ที่เราไม่ต้องเสียเวลาแพ็คของส่งของให้วุ่นวาย ถ้าเราทำได้ตามนี้เราก็จะมีเวลามากขึ้น สามารถแบ่งเวลาไปทำในสิ่งที่อยากทำได้มากขึ้น เช่น มีเวลาให้ครอบครัว มีเวลาไปเที่ยวนานๆ หรือจะเอาเวลาที่เพิ่มขึ้นไปสร้างประโยชน์และคุณค่าให้กับผู้อื่นอีกก็ได้

4.รายได้มีทั้งแบบ Active และ Passive   รายได้เป็นแบบ Active เราต้องออกแรงในระยะแรก และต้องทำการ Marketing เพื่อให้มีคนรู้จักและเข้ามาซื้อสินค้า แต่เป็น Passive ตรงที่เราสามารถผลิตสินค้าเพียงครั้งเดียว แต่สามารถขายได้เรื่อยๆ สามารถสร้างผลลัพธ์ให้เราได้อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเดี๋ยวนี้ไม่จำเป็นต้องทำธุรกิจเครือข่าย ปล่อยเช่าอสังหาริมทรัพย์ หรือการลงทุนในหุ้น เพื่อจะได้ Passive Income แล้ว

https://plaradise.com