8 เทคนิคธุรกิจ SMEs ติดปีก ปี 2562

การทำธุรกิจโดยใช้ช่องทางออฟไลน์เพียงอย่างเดียวแบบในอดีต ไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุดอีกต่อไป เชื่อว่าหลายๆ ธุรกิจกำลังหาในการปรับตัวเข้าสู่ดิจิทัล ซึ่งกำลังเกิดขึ้นในกลุ่มธุรกิจทุกระดับ ตั้งแต่ประชาชน คนธรรมดาทั่วไป พ่อค้าแม่ค้า รวมไปถึง SME เป็นต้น
ผู้ประกอบการกลุ่มธุรกิจเหล่านี้ เริ่มตระหนักถึงความสำคัญในการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ Digital Marketing และนำมาประยุกต์ใช้ให้เข้ากับธุรกิจของตัวเอง เพื่อสร้างโอกาสในการขายในยุคที่ผู้บริโภคมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป ไม่เพียงเท่านั้น การปรับตัวสู่ดิจิทัลยังส่งผลให้เกิดการพัฒนารูปแบบการสื่อสารทางการตลาด การสร้างคุณค่าเฉพาะตัวของธุรกิจ ให้สามารถเติบโตได้อย่างมั่นคง และสามารถแข่งขันกับคู่แข่งในตลาด ทั้งรายย่อยและรายใหญ่ได้อีกด้วย

วันนี้ จะนำเสนอ 8 เทคนิคการตลาด สำหรับติดปีกธุรกิจ ให้สามารถเติบโต สร้างรายได้ และแข่งขันกับคู่แข่งในตลาดได้ ในช่วงปี 2562 มาดูกันมา มีเทคนิคอะไรบ้าง ที่ SME จะนำมาปรับใช้ให้เข้ากับธุรกิจได้

1.ทำการตลาดด้วย Google+

Social Network ของ Google ที่เปิดตัวออกมาแข่งกับ Twitter และ Facebook มาพักใหญ่ๆ โดยที่ผ่านมาไม่ได้มีพื้นที่สำหรับให้ธุรกิจหรือแบรนด์ต่างๆมาใช้งานสำหรับการตลาด ซึ่ง Google+ Pages ก็คือ หน้า Page สำหรับธุรกิจหรือแบรนด์ ที่มารูปแบบเดียวกับ Facebook Pages แต่สิ่งที่น่าจะเหนือกว่า Facebook Page ในตอนนี้ก็คือ ความสามารถในการแบ่งกลุ่มลูกค้าออกเป็น Circle เช่น ตัวอย่างง่ายๆคือ แบ่งเป็นกลุ่มลูกค้าคนสนิท ลูกค้าเทพ ฯลฯ ดังนั้น การส่งข้อมูลสำคัญๆให้เฉพาะกลุ่มจะทำได้ดีกว่าที่ Facebook ทำได้ นอกจากนั้น Google Page ยังสามารถ Hangout ในฐานะแบรนด์ได้ด้วย ดังนั้นอนาคต การทำการตลาดแบบ Meet and Greet ของพรีเซนเตอร์จะง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ

2.สร้างพลังจาก Social Media 

Social Media เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ทรงพลังมากสำหรับการทำ E-commerce ไม่ว่าจะเป็น Facebook Twitter หรือ Instagram ต่างเป็นหัวใจหลักในการเรียกคนเข้าสู่เว็บไซต์ และเป็นเครื่องมือที่ดีที่สุดในการสร้าง engagement กับลูกค้า โดยในปัจจุบัน Facebook Twitter Instagram Pinterest และ Snapchat ถือเป็นเครื่องมือชั้นนำด้านการทำสื่อของตลาด E-commerce ซึ่งเราจะได้เห็นโฆษณาที่เป็นแบบ Personalise มากขึ้นในช่องทางเหล่านี้เพื่อเพิ่มทราฟฟิกและ Conversion Rate

3.เดินเกมกลยุทธ์ B2B

56 เปอร์เซ็นต์ของลูกค้า B2B คาดว่าจะซื้อของมากกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนลูกค้า ที่ชอบซื้อจากออนไลน์ โดยลูกค้า B2B มากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์นั้น จะเริ่มต้นจากการค้นหาทั่วๆ ไปก่อน และในปีหน้าอาจจะได้เห็นลูกค้าประเภทนี้มากขึ้น ซึ่งจะไม่ต่างจากลูกค้ากลุ่ม B2C ซึ่งจะเป็นยังไงนั้นต้องลองติดตามกัน

4.ปรับรูปแบบร้านค้าออฟไลน์ทันสมัย 

เปอร์เซ็นต์ของผู้ใช้มือถือทำการค้นหาร้านต่างๆ เพื่อซื้อสินค้า โดย 18 เปอร์เซ็นต์ของคนกลุ่มนี้ จะไปซื้อจริงภายใน 24 ชั่วโมง ดังนั้น การค้นหาออนไลน์แต่ซื้อออฟไลน์ หรือ Research Online and Purchase Offline (ROPO) นั้น จะก้าวเข้ามาเป็นเครื่องมือชี้วัดแบบใหม่ของการทำตลาดดิจิตัลที่ต้องจับตาดูในปีหน้า ผู้ประกอบการอาจต้องมีรูปแบบบริการใหม่ๆ เสริม เพื่อสร้างความประทับใจให้กับลูกค้า รวมถึงตกแต่งร้านให้สวยงาม สามารถสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าได้

5.การค้นหาและสั่งการด้วย “เสียง” 

การทำธุรกิจผ่านทางสมาร์ทโฟน ได้เริ่มกลายเป็นเรื่องปกติของคนในปัจจุบันไปแล้ว ตัวผลักดันสำคัญตัวหนึ่งที่ช่วยให้ธุรกิจในโลกออนไลน์ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว ก็คือ Voice Search หรือการค้นหาและสั่งงานโดยใช้เสียงนั่นเอง แต่สิ่งที่น่าจับตามองในขณะนี้ก็คือการที่ฟังก์ชันดังกล่าวได้ถูกพัฒนาให้มีความทันสมัยขึ้นมาก เพื่อตอบโจทย์ความสะดวกสบายในการใช้ชีวิต โดยทำให้ผู้ที่ต้องการค้นหาเข้าถึงสินค้า บริการ และข้อมูลอื่นๆ ได้อย่างรวดเร็ว และตรงตามความต้องการมากยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกัน ธุรกิจออนไลน์ก็สามารถใช้ประโยชน์จาก Voice Search อันทันสมัยนี้ ในการสร้างและเพิ่มคุณค่าของผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

6.ใช้ประโยชน์จาก Co-Working Space

พื้นที่ทำงานผ่านการจัดสรรด้วยความสร้างสรรค์เพื่อเป็นอาณาจักรให้กับเหล่า Startup ทั้งหลายได้มารวมตัวกันนอกจากจะเต็มไปด้วยแหล่งไอเดียใหม่ ๆ ที่มีอยู่มากมายแล้วเทรนด์นี้ได้สร้างพื้นที่การทำงานร่วมกันสำหรับ SME เพราะตามความจริงแล้วคนที่เพิ่งเริ่มต้นธุรกิจคงประสบปัญหาในรูปแบบเดียวกันที่ว่าอยากจะมีสถานที่ของตัวเองในการทำงาน มีอินเทอร์เน็ตรองรับ แอร์เย็น ๆค่าบริการไม่แพง ไม่ต้องจ่ายรายเดือนเป็นพัน เป็นหมื่นและมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน Co-Working Space เปรียบเสมือนที่ทำงานที่ใครจะมาใช้บริการก็ได้ เพราะนอกจากการเป็นสถานที่ทำงานแล้วยังเป็นแหล่งรวมตัวของคนทำธุรกิจขนาดเล็ก หรือฟรีแลนซ์ที่มีความคิดสร้างสรรค์ สามารถขอความช่วยเหลือ แลกเปลี่ยนความรู้ให้คำปรึกษากันได้ตลอดเวลาการทำงาน

7.การทำ Podcasting 

การทำ Podcasting ไม่ยากอย่างที่คิด ใครๆ ก็สามารถเป็น Podcaster ได้ ด้วยอุปกรณ์หลักคือ อินเทอร์เน็ต และไมโครโฟนที่มากับเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือซื้อต่างหาก ซึ่งรวมถึงเครื่องบันทึกเสียงดิจิตอลสมัยใหม่ที่ใช้ง่ายและสะดวก แล้วแต่งบประมาณของแต่ละบุคคล การโฆษณาแบบ Podcast เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่กำลังเติบโต ผลการเก็บข้อมูลของ IAB พบว่า มีนักการตลาดสนใจใช้งานช่องทางนี้เพิ่ม คาดว่าจะมีรายได้ถึง 220 ล้านเหรียญในปี 2017 เพิ่มขึ้น 85% เมื่อเทียบกับปี 2016 รวมทั้งยังคาดการณ์ว่าจะมีผู้ใช้งาน Podcast เพิ่มขึ้นอีก 75% ที่พร้อมจะรับฟังข้อความจากแบรนด์ที่สื่อสารออกมาอย่างเต็มรูปแบบ

8.แต่งภาพด้วย App มีชัยไปกว่าครึ่ง

ที่เน้นการขายของออนไลน์ จะต้องให้ความสำคัญกับการโพสต์รูปสินค้า ถ้ารูปสินค้าดูดี โอกาสที่ลูกค้าจะซื้อสินค้าก็เพิ่มมากขึ้น แต่เอาเป็นว่า รูปสินค้าที่ดี ย่อมดึงดูดใจคนให้หยุดดูมากขึ้นกว่าเดิมแน่นอน ปัจจุบัน สมาร์ทโฟนได้พัฒนาตัวเองจนแทนที่อุปกรณ์หลายอย่างในชีวิตประจำวัน แทนกล้องถ่ายรูปได้เช่นกัน เดี๋ยวนี้ใช้แค่มือถือก็ถ่ายภาพสินค้าได้อย่างคมชัด แถมยังมีแอพตกแต่งภาพให้เลือกโหลดกันมากมาย จนเลือกไม่ถูกกันเลยทีเดียว

ทั้งหมดเป็น 8 เทคนิคสำหรับธุรกิจ SME ในการทำการตลาด และดาเนินธุรกิจ เพื่อสร้างยอดขายให้เพิ่มมากขึ้น ในช่วงปี 2562 โดยใช้ประโยชน์จากความล้ำหน้าของเทคโนโลยีบนโลกออนไลน์ เพื่อสร้างจุดขาย ดึงดูด และเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย

http://www.thaismescenter.com