New Normal การลงทุน หลังสถานการณ์ Covid-19

จากสถานการณ์การระบาดของ Covid-19 ส่งผลให้หลายสิ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม  เห็นได้ชัดเจนจากการออกมาตรการเพื่อควบคุมสถานการณ์ผ่านการเว้นระยะห่างทางสังคม หรือ Social Distance
ยกตัวอย่างเช่น การปรับลดความถี่ในการเดินทางไปทำงานผ่านการให้พนักงานทำงานอยู่ที่บ้านแทน (Work from Home) รวมถึงมาตรการการจำกัดการเดินทางข้ามจังหวัด ก่อให้เกิดผลกระทบสู่หลากหลายภาคส่วน ทั้งในภาคเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม

ในมุมมองของทางด้านเศรษฐกิจ  เห็นได้จากการปรับประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจ หรือ GDP ของหลาย ๆ ประเทศ รวมถึงประเทศไทยเองก็มีการปรับประมาณการการเติบโตของ GDP ลงมา โดยทางธนาคารแห่งประเทศไทยคาดว่า GDP จะหดตัวลง 5.3% จากเดิมที่คาดว่าจะเติบโต 2.8% และ IMF คาดว่าจะหดตัวลงถึง 6.7% จากเดิมที่คาดว่าจะเติบโต 2.5% ทั้งนี้ IMF ได้มีการปรับประมาณการการเติบโตของ GDP โลก ซึ่งคาดว่าจะหดตัวลง 3% จากเดิมคาดว่าจะเติบโต 3.3%

ในอีกแง่มุมหนึ่ง ปัจจัยทางด้านสังคมและวัฒนธรรมก็เป็นอีกหนึ่งตัวแปรการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ โดยจากการเว้นระยะห่างทางสังคม หรือ Social Distance เป็นผลบังคับให้คนออกจากบ้านน้อยลง ส่งผลให้เกิดการยกเลิกการท่องเที่ยว การกักตุนสินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตสำหรับในช่วงเวลาฉุกเฉิน จำพวกอาหารและของใช้ที่จำเป็นต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ฆ่าเชื้อโรค ผลิตภัณฑ์ป้องกันโรค อย่างแอลกอฮอล์และหน้ากากอนามัยที่กลายมาเป็นสินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวันในช่วงนี้ด้วย

นอกจากนี้ ยังก่อให้เกิดพฤติกรรมการใช้บริการรับส่งอาหารถึงหน้าบ้าน หรือ Food Delivery ที่กลายมาเป็นบริการสำคัญที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตในช่วงนี้ ทั้งนี้ เนื่องจากผู้คนต้องใช้เวลาเกือบ 24 ชั่วโมงอยู่ในที่พักของตนเองเป็นส่วนใหญ่ ทำให้เกิดความอ่อนไหวทางด้านอารมณ์มากขึ้น ก่อให้เกิดความเครียดและความเหงา ซึ่งส่งผลให้ผู้คนเริ่มใช้บริการออนไลน์เพื่อความบันเทิงมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) เช่น Facebook, Twitter, Instagram, Tiktok หรือระบบเรียกดูภาพยนตร์ตามความต้องการ (Movie on Demand) เช่น Netflix, Viu, Youtube-TV เป็นต้น

New Normal คืออะไร

New Normal คือ ความปกติในรูปแบบใหม่จากสถานการณ์หรือประสบการณ์ที่ได้รับมา หรือเรียกอีกอย่างก็คือจุดดุลยภาพระยะยาวของสภาพสังคม วัฒนธรรม และเศรษฐกิจ ในรูปแบบใหม่หลังจากเกิดผลกระทบครั้งใหญ่ (Big Impact) ตัวอย่างเช่น สถานการณ์ Covid-19 ที่เราประสบอยู่ในตอนนี้

จากประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา เราจะเห็น New Normal ที่แตกต่างกันในแต่ละเหตุการณ์ ยกตัวอย่างเช่น

– เหตุการณ์ The Great Depression เราจะเห็นการมีบทบาทของรัฐบาลในระบบการเงินของอเมริกาที่เพิ่มขึ้น

– เหตุการณ์ที่ใกล้ตัวเราหน่อยอย่างวิกฤตต้มยำกุ้ง เราจะเห็นได้ถึงความรัดกุมของระบบการเงินของไทยและค่าเงินบาทลอยตัว

สิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้จะเป็น New Normal ในอนาคตหรือไม่ หรือจะเป็นเพียงแค่ความผิดปกติในระยะสั้นจากการปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ตัวอย่างเช่น การเปลี่ยนผ่านจากการซื้อของผ่านทางหน้าร้านมาเป็นช่องทางออนไลน์มากขึ้น ซึ่งอาจเป็น New Normal ของสภาพสังคมเราต่อไป เนื่องจากผู้ซื้อมีความคุ้นชินกับการซื้อผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น รวมไปถึงไม่ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปซื้อของที่ต้องการถึงหน้าร้าน แต่อย่างไรก็ดี การล้มหายตายจากของกลุ่มธุรกิจการท่องเที่ยวในช่วงนี้ ก็ไม่ได้ถือเป็น New Normal แต่อย่างใด จะเห็นได้จากการที่ประเทศจีนเปิดเมืองหรือเลิกการ Lockdown แล้ว มีนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เริ่มเดินทางท่องเที่ยวในประเทศส่งผลให้ธุรกิจการท่องเที่ยวเริ่มกลับมายืนได้ แต่เกิด New Normal ในภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในด้านการสร้างมาตรฐานการท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงไป เห็นได้ชัดจากมาตรฐานทางด้านสุขอนามัยของโรงแรมที่รัดกุมมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสภาพแวดล้อมหรืออาหาร

ในมุมของภาคอุตสาหกรรมการผลิต เราจะเห็นได้ว่า Covid-19 ได้ทำให้ผู้ผลิตต่าง ๆ ที่ไม่ได้มีการคาดการณ์และเตรียมตัวสำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวได้รับผลกระทบไปแทบทั้งหมด ผู้ผลิตบางส่วนเกิดการปรับเปลี่ยนสินค้าที่ผลิตเพื่อจำหน่ายในช่วงนี้เป็นเฉพาะกิจ เช่น ผู้ผลิตบางรายเปลี่ยนจากผลิตเสื้อผ้ามาผลิตหน้ากากผ้า เพื่อให้บริษัทยังคงมีรายได้ต่อไปได้ ในขณะที่หลาย ๆ บริษัทที่ไม่สามารถปรับตัวได้ และยังคงได้รับแรงกดดันให้ลดต้นทุนต่าง ๆ ออกไป รวมไปถึงบางบริษัทที่ไม่สามารถดำเนินงานต่อได้ เนื่องจากขาดวัตถุดิบจากห่วงโซ่การผลิต Supply Chain (กระบวนการผลิตสินค้าในปัจจุบัน ส่วนใหญ่สินค้าหนึ่งชิ้นจะมาจากฐานผลิตหรือกระบวนการทำงานจากหลาย ๆ บริษัท) จากประเทศที่มีความรุนแรงของการระบาดมาก เพราะการระบาดส่งผลให้กระบวนการขนส่งมีประสิทธิภาพน้อยลง

Social Distance ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้บริษัทต่าง ๆ มีปัญหาด้านการผลิต เนื่องจากแรงงานกว่าครึ่งไม่สามารถทำงานหน้างานหรือในพื้นที่ดำเนินงานได้

ขณะที่บางบริษัทไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อให้สามารถทำงานหรือสั่งการจากระยะไกลได้ การ Work from Home จึงไม่สามารถทำได้

ผลกระทบต่าง ๆ ในระยะยาวของภาคอุตสาหกรรม

แม้ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวอาจดูเหมือนเป็นปัจจัยหรือผลกระทบระยะสั้นที่บริษัทต่าง ๆ ต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอดของตนเอง แต่อย่างไรก็ดี เราจำเป็นที่จะต้องมองไปข้างหน้าในระยะยาวถึงสิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงไป หรือ New Normal ที่จะเกิดขึ้นในอีกหลายปีข้างหน้า

1. หลาย บริษัทเริ่มใช้การผลิตภายในประเทศมาแทนที่ เพื่อลดการใช้ Supply Chain จากต่างประเทศ ในสภาวะการระบาดของ Covid-19 ในหลายประเทศ โดยเฉพาะประเทศทางตะวันตกนั้นไม่สามารถผลิตของใช้จำเป็นในสถานการณ์การระบาดได้ จึงมีความเป็นไปได้ที่จะมีการเน้นการเพิ่มกำลังการผลิตส่วนนี้ในประเทศให้เพิ่มขึ้นหลังจากนี้ ซึ่ง Automation หรือเทคโนโลยีอัตโนมัติ จะเป็นปัจจัยเพิ่มกำลังการผลิตสำคัญในส่วนนี้

2. เทคโนโลยีต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น AI (Artificial Intelligence: ปัญญาประดิษฐ์หรือสมองกล สำหรับการช่วยคิดและวิเคราะห์อัตโนมัติ) หรือ Data Visualization (เป็นการนำข้อมูลดิบมาทำให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นด้วยการทำเป็นกราฟ แผนภูมิ หรือวิดีโอ) มีส่วนสำคัญมากขึ้น เนื่องจากการลงทุนในเทคโนโลยีจะเป็นตัวช่วยให้กับบริษัทสามารถมีความยืดหยุ่นสำหรับเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แล้ว New Normal ของโลกการลงทุนจะเป็นในรูปแบบไหน

สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา คือ ความผันผวนของตลาดสินทรัพย์เสี่ยง ไม่ว่าจะเป็น หุ้น น้ำมัน ทองคำ หรือแม้กระทั่งตราสารหนี้ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงและความผันผวนต่ำ ทั้งยังเกิดความผันผวนขึ้นจนทำให้กองทุนตราสารหนี้บางแห่งมีการยกเลิกกองทุนหรือปิดตัวลงไป

โลกการลงทุนเป็นเรื่องที่เราต้องค่อนข้างพิจารณาอย่างถี่ถ้วน เนื่องจากมีหลายภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทำให้ New Normal ของโลกการลงทุนจะถูกผลกระทบจาก New Normal ของสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ไม่ว่าจะเป็นการซื้อของออนไลน์ที่มีสัดส่วนการเติบโตมากขึ้น เราจะเห็นได้ชัดเจนจากหุ้น AMAZON บริษัทด้าน E-Commerce ของอเมริกามีการปรับตัวขึ้นทำ All Time High หรือ จุดสูงสุดใหม่ ในช่วงที่ผ่านมา รวมไปถึง Business Model ของหลาย ๆ ธุรกิจจะเปลี่ยนแปลงไป ด้วยกลุ่มลูกค้าที่มีการเปลี่ยนแปลงไป รวมไปถึงการทำระดมทุนผ่านช่องทางต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการออกหุ้นสามัญหรือหุ้นกู้ที่อาจเปลี่ยนแปลงไป

ลักษณะของการลงทุนนั้น ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่มีโอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงไป ด้วยความผันผวนที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้นักลงทุนต่าง ๆ เริ่มมีความตระหนักในการบริหารความเสี่ยงมากขึ้น เพื่อปรับพอร์ตการลงทุนให้มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิมผ่านการกระจายสัดส่วนการลงทุนไปในหลาย ๆ สินทรัพย์ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมไปถึงการวางแผนทางการเงินส่วนบุคคลที่จะมีความรัดกุมมากขึ้นในการสำรองเงินฉุกเฉินหรือสภาพคล่องให้เพียงพอต่อเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด โดยเฉพาะสถานการณ์ที่ไม่สามารถประเมินได้ว่าสิ้นสุดลงเมื่อใด

การลงทุนที่น่าสนใจจาก New Normal ที่เกิดขึ้น

จากสถานการณ์การระบาดของ Covid-19 ได้ส่งผลกระทบไปยังภาคส่วนต่าง ๆ มากมาย โดยจากที่เราเห็นได้อย่างชัดเจน คือ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันของหลาย ๆ คน หากมองไปที่ภาคการผลิตก็จะเห็นในมุมของ

ความจำเป็นที่จะต้องใช้เทคโนโลยีเข้ามาเพื่อช่วยเพิ่มศักยภาพของการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และลดความเสี่ยงจากเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด ซึ่งเราจะสังเกตได้ว่าในช่วงที่ผ่านมาการนำเทคโนโลยีมาใช้ในภาคการผลิตจะเริ่มมีขึ้นอย่างช้า ๆ แต่สถานการณ์ปัจจุบันกลายเป็นปัจจัยเร่งให้บริษัทต่าง ๆ มีการปรับตัวในการใช้เทคโนโลยีที่มากขึ้น

ดังนั้น ในมุมของการลงทุน บริษัทที่มีโอกาสในการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วงถัดไป ก็จะเป็นบริษัทที่มีการใช้เทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะบริษัทที่มีการคิดค้นเทคโนโลยีหรือนวัตนกรรมใหม่ ๆ สำหรับสินค้าและบริการของตนเองมาอย่างต่อเนื่อง