กระทรวงพาณิชย์จับมือ‘อาลีบาบา-ลาซาด้า’ยักษ์ใหญ่ค้าออนไลน์ ติวเข้มผู้ประกอบการไทย

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ โดยสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ หรือ New Economy Academy (NEA) ต่อยอดความร่วมมือกับ บริษัท อาลีบาบา กรุ๊ป จำกัด ลาซาด้า ประเทศไทย มหาวิทยาลัยเถาเป่าส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพ ผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็กไทยที่สามารถส่งออกได้ ให้สามารถดำเนินธุรกิจผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ซ พร้อมพัฒนาบุคลากรไทยสู่เศรษฐกิจยุคดิจิตอล

“ในช่วงที่นายกรัฐมนตรีเดินทางไปประชุมครม.สัญจร ที่ จ.สงขลา ในช่วงวันเสาร์และอาทิตย์นี้ กระทรวงพาณิชย์จะเชิญตัวแทนของลาซาด้า ประเทศไทย ซึ่งพร้อมที่จะลงไปให้ความรู้เกี่ยวกับอีคอมเมิร์ซกับผู้ประกอบการรุ่นใหม่ หรือ Young Generation ในพื้นที่ด้วย พร้อมสอบถามความต้องการของกลุ่มนี้ว่า ต้องการในการพัฒนาธุรกิจเข้าสู่อีคอมเมิร์ซอย่างไรบ้าง จากนั้นกระทรวงพาณิชย์จะนำรูปแบบนี้ ขยายไปใช้กับภูมิภาคอื่นๆ ทั่วประเทศต่อไป เริ่มจาก จ.เชียงใหม่ จะใช้พื้นที่ของสำนักงานส่งเสริมการค้าเป็น New Start Up Complex เพื่อเป็นพื้นที่พัฒนาอีคอมเมิร์ซ ให้กับกลุ่มผู้ประกอบการขนาดเล็กต่อไป”

นางอภิรดีกล่าวอีกว่า ทางกระทรวงพาณิชย์ ยังเชิญลาซาด้าประเทศไทย ให้พิจารณาลงทุนในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี)ในส่วนของโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม (EECi)” ซึ่งขณะนี้ลาซาด้าอยู่ระหว่างพิจารณารูปแบบการเข้าไปลงทุนซึ่งหากตัดสินใจรูปแบบโครงการลงทุนแล้ว การลงทุนที่เกิดขึ้นจะช่วยพัฒนาผู้ประกอบการรุ่นใหม่ของไทยให้เข้าสู่ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ

นายฮิวโก้ อัน ตัวแทนจากมหาวิทยาลัยเถาเป่า กล่าวว่า ขณะนี้มีผู้ประกอบการไทยจดทะเบียนเข้าขายสินค้าภายใต้อาลีบาบาแล้วประมาณ 100,000 รายคาดว่าอัตราการเติบโตของการเข้าจดทะเบียนในระบบอาลีบาบาจะเพิ่มขึ้นมากในช่วงต่อไป แต่ตอนนี้ยังไม่สามารถระบุจำนวนที่จะเพิ่มขึ้นได้อย่างชัดเจน สำหรับความร่วมมือระหว่างอาลีบาบากับกระทรวงพาณิชย์ในการขายข้าวหอมมะลิไทยนั้น ปรากฏว่าได้รับความนิยมในประเทศจีนเป็นอย่างมาก และในระยะเวลา 10 กว่าปีที่ผ่านมา สถาบันได้ให้ความรู้กับผู้ประกอบการไปแล้วกว่า 10 ล้านคน ใน 133 ล้านประเทศทั่วโลก โดยในปีที่ผ่านมามหาวิทยาลัยได้จัดการฝึกอบรมถึง 30 คอร์ส ใน 6 ประเทศ ทั้งในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และภูมิภาคอื่นๆทั่วโลก มีผู้เข้าร่วมกว่า 2,600 ราย

นายอเลสซานโดร พิสซินี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ลาซาด้า ประเทศไทย กล่าวว่า นอกจากความร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์แล้วยังประสานงานอย่างใกล้ชิดกับกระทรวงมหาดไทย
ในโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (โอท็อป) และยังร่วมมือกับกระทรวงการคลัง กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของเอสเอ็มอีไทยซึ่งภายใต้โครงการนี้ที่ดำเนินการตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ทำการฝึกสอนและแนะนำผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไปแล้วถึง 3,000 ราย พร้อมสนับสนุนให้ผู้ประกอบการกว่า 1,700 ราย นำสินค้ามากกว่า 40,000 รายการ มาเสนอขายผ่านทางลาซาด้าด้วย

กระทรวงพาณิชย์ต้องการดึงผู้ประกอบการเอสเอ็มอี  และผู้ประกอบการขนาดเล็กหรือไมโครเอสเอ็มอี ให้เข้าสู่ระบบการค้าอีคอมเมิร์ซ ซึ่งจะช่วยแก้ไขปัญหาความยากจนให้บรรเทาลงได้ ประเทศไทยมีผู้ประกอบการขนาดเล็กคิดเป็น 99.70% ของภาคธุรกิจทั่วประเทศและมีสัดส่วนผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศหรือจีดีพี สูงถึง 42.2% กระทรวงพาณิชย์ยังเดินหน้าพัฒนารูปแบบอีคอมเมิร์ซระดับชาติ หรือ National e-commerce platform เพื่อรองรับการพัฒนาของกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย ขณะเดียวกันต้องพัฒนาบุคลากรเพื่อเข้าสู่ระบบ Digital Ecommy

ที่มา : www.khaosod.co.th