ตลาดผู้สูงวัยเอเชีย…โอกาสธุรกิจล้านล้านเหรียญ


การเติบโตของประชากรวัยชราในหลายประเทศเอเชีย ไม่เพียงแต่ทำให้ประเทศเหล่านั้นเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย หากยังนำมาซึ่งโอกาสทางธุรกิจมูลค่านับล้านล้านเหรียญสหรัฐฯของบรรดาบริษัทและผู้ประกอบการ แม้กระทั่งธุรกิจที่ไม่เคยจับตลาดนี้มาก่อน ยังหันมาสนใจ เช่น สื่อสิ่งพิมพ์ และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ไปดูกันว่า จำนวนผู้สูงวัยในเอเชียนั้นมีปริมาณมากมายแค่ไหน
สหประชาชาติ(ยูเอ็น)คาดการณ์ในปี 2025 สัดส่วนประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไปของ 7 ใน 10 ของชาติสมาชิกอาเซียนจะมีมากกว่า 7% และในปี 2050 จำนวนคนชราในประเทศอาเซียน รวมกันทั้งหมดจะมากถึง 123 ล้านคนหรือเกือบเท่าประชากรญี่ปุ่นในปัจจุบัน   ด้านบริษัทประกันมาร์ชแอนด์แมคเลนนันในสหรัฐฯ ทำการสำรวจพบว่าค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลของคนสูงอายุในไทย เวียดนาม และอีก 3 ประเทศ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะเพิ่มขึ้น 6.5 เท่าในปี 2030 เมื่อเทียบกับปี 2015 โดยเฉพาะในเวียดนามนั้น คาดว่าตัวเลขจะพุ่ง 9.3 เท่าเนื่องจากรัฐบาลมีงบจำกัด ในการดูแลสุขภาพประชากรสูงวัย นี่จึงเป็นโอกาสทางธุรกิจอย่างหนึ่ง โดยธุรกิจที่เข้ามาจับตลาดผู้สูงวัยเป็นธุรกิจแรก ๆ คือบ้านพักหรือเนิร์สเซอรีดูแลคนชรา

Thien Duc Aged Care Centre บ้านพักคนชราเอกชนแห่งแรกของเวียดนามตั้งอยู่ชานกรุงฮานอย ริเริ่มเมื่อปี 2008 โดยเหงียน ต๋วน หง็อก นายแพทย์ซึ่งศึกษาการดูแลผู้สูงวัยจากญี่ปุ่น ประเทศที่ได้ชื่อว่ามีผู้สูงอายุมากที่สุด นายแพทย์เหงียนยึดหลักปฏิบัติเดียวกันคือเป็นศูนย์ดูแลคนชราที่เปิด 24 ชม. มีแพทย์ประจำบ้านคอยดูแล และมีโปรแกรมฟื้นฟูสุขภาพบริการ นับแต่เปิดบริการมา มีการขยายธุรกิจเพิ่มอีก 2 สาขาในฮานอย และในปี 2018

นายแพทย์เหงียนมีแผนจะเปิดศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพแบบพิเศษเพิ่มอีกด้วย  สำหรับศูนย์ดูแลคนชราทั้ง 3 แห่งในฮานอยมีผู้เข้าพักราว 200 คน อายุเฉลี่ย 70 ปี และบางคนอายุเกิน 100 ปี หญิงชราซึ่งเป็นม่ายคนหนึ่งเปิดเผยว่า เข้ามาอยู่ศูนย์ดังกล่าวเมื่อปี 2015 เหตุผลคืออุ่นใจว่ามีแพทย์คอยดูแลตลอดเวลายามป่วยไข้ ด้านกลุ่มบริษัทวินกรุ๊ป ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของเวียดนาม ก็ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับคนชราเช่นกัน โดยเปิดโรงพยาบาลในเครือ Vinmec จำนวน 7 แห่งเพื่อให้บริการคนไข้อายุ 70 ปีขึ้นไปโดยเฉพาะ ผู้ใช้บริการสามารถจ่ายค่าสมาชิกพ่วงบริการเป็นแพ็คเกจ ตั้งแต่รับการปรึกษาด้านการดูแลสุขภาพ ตรวจสุขภาพประจำปี และเข้ารับการอบรมเพื่อป้องกันโรคหรือการบาดเจ็บในผู้สูงวัย วินกรุ๊ปตั้งเป้าจะขยายโรงพยาบาล สำหรับผู้สูงวัยให้ครบ 10 แห่งในปี 2020

สำหรับไทย บางกอก ดุสิต เมดิคอล เซอร์วิส กลุ่มผู้ดำเนินธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนที่ใหญ่สุดของประเทศได้ลงทุนซื้อที่ดินและสิ่งก่อสร้างมูลค่า 12,800 ล้านบาท และเตรียมเปิดศูนย์การแพทย์ขนาดใหญ่ที่มุ่งบริการผู้สูงวัย และผู้ป่วยอัลไซเมอร์ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ

ส่วนในเมียนมาร์ บริษัทต่าง ๆ กำลังมองหาช่องทางที่จะเข้าสู่ตลาด การจัดงาน Myanmar Phar-Med Expo ที่นครย่างกุ้งปีนี้ พบว่าจำนวนผู้เช่าพื้นที่เพิ่มขึ้น 10% มาอยู่ที่ 60 ราย

ขณะที่ ยักษ์ใหญ่ด้านอสังหาริมทรัพย์ในอินโดนีเซีย PT Jababeka จับมือกับบริษัทลองไลฟ์ โฮลดิ้ง จากญี่ปุ่นทำโครงการหมู่บ้านจัดสรรที่บ้านแต่ละหลังถูกออกแบบมาสำหรับคนชราโดยเฉพาะ ภายในหมู่บ้านยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกด้านสาธารณสุขครบครัน

สำหรับสิงคโปร์ ประเทศที่ประชากรสูงวัยมีอัตราการขยายตัวเร็วสุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัทเพรส โฮลดิ้งส์ซึ่งดำเนินธุรกิจหนังสือพิมพ์และสำนักพิมพ์ ก็ลงทุน 165 ดอลลาร์สิงคโปร์เปิดศูนย์ดูแลคนชรา 5 แห่ง

ขณะที่จีน ประเทศที่ประชากรมากสุดในโลก ผลพวงจากนโยบายลูกคนเดียวที่ดำเนินมานานกว่า 30 ปี ทำให้ประชากรผู้สูงวัยของจีนขยายตัวเป็นลูกโป่ง ข้อมูลระบุปลายปี 2015 จีนมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปจำนวน 220 ล้านคน และประชากรกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นทุกปี ปีละประมาณ 10 ล้านคน คาดว่าในปี 2060 จำนวนคนชราในจีนจะพุ่งไปอยู่ที่ 400 ล้านคน หากมองให้เห็นภาพง่าย ๆ โครงสร้างครอบครัวจีนจะเป็นแบบ 4:2:1 คือประกอบด้วยผู้สูงวัย 4 คน คนวัยทำงาน 2 คน และเด็ก 1 คน ในนครเซี่ยงไฮ้ 80% ของครอบครัวจะเป็นลักษณะนี้ หน่วยงานรัฐบาลจีนประเมินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับคนชราจะขยายตัวมีมูลค่า 22 ล้านล้านหยวนในปี 2030

แน่นอนว่าธุรกิจที่ส่อแววสดใสก็หนีไม่พ้นบ้านพักคนชรา หลายบริษัททำบ้านพักและให้บริการรูปแบบเดียวกับญี่ปุ่น สิ่งที่ปรากฎคือจำนวนบ้านพักคนชราที่มีมาก แต่ที่ขาดแคลนกลับเป็นบุคคลากรที่จะมาบริหารบ้านพักและผู้ทำหน้าที่ดูแลคนชรา หากผู้ประกอบการใดสนใจทำเงิน ในตลาดผู้สูงวัย ลองศึกษาว่ามีช่องทางใดบ้างที่พอจะแทรกเข้าไป
ที่มา : asia.nikkei.com