ธุรกิจขายฝัน 4.0

ถ้าเราเคยได้ยินข่าวเรื่อง
ร่างทรง 4.0 ธุรกิจเครือข่ายอาหารเสริม เครื่องสำอาง  แชร์ลูกโซ่ที่อ้าง Forex Bitcoin   โค้ชสอนธุรกิจในฝัน    เรื่องทั้งหมดนี้ดูเหมือนจะเกิดขึ้นมาพร้อมๆ กัน โดยที่เราไม่รู้ตัว     จริงๆ แล้ว เรื่องราวทั้งหมดนี้อาจจะมีจุดเริ่มมาจากเรื่องเดียวกัน   นั่นก็คือ “คำโกหก” และ “ความโลภ”  2 สิ่งนี้เป็นรากเหง้าของปัญหาทั้งหมดในตอนนี้

ถ้าเป็นเมื่อก่อน คำโกหกต่างๆ อาจจะไม่ได้มาพบกับความโลภได้ง่ายสักเท่าไหร่  แต่ตอนนี้ เรามีช่องทางสมัยใหม่ คือ โซเชียลมีเดีย ทำให้คำโกหกไปเคาะประตูหาความโลภได้ง่ายขึ้น

เมื่อ คำโกหก + ความโลภ คูณด้วย พลังของโซเชียลมีเดีย ผลลัพธ์ก็คือ หายนะ..

..เมื่อก่อน..กว่าสินค้าใหม่ 1 ชิ้นจะเข้าไปวางขายใน 7-ELEVEN ได้ ต้องใช้เวลาหลายวัน บางครั้งเป็นเดือน มากไปกว่านั้นคือ ถ้าแบรนด์นั้นไม่ผ่านมาตรฐาน แบรนด์เหล่านั้นอาจจะไม่มีแม้กระทั่งพื้นที่ให้ขายเลยด้วยซ้ำ..

แต่ตอนนี้มาตรฐานที่เข้มงวดของช่องทางจำหน่ายแบบดั้งเดิม อาจจะไม่ได้เป็นอุปสรรคอีกต่อไป ด้วยเทคโนโลยีที่ทำให้ทุกคนเชื่อมถึงกันมากขึ้น พ่อค้าแม่ค้าสามารถจัดจำหน่ายสินค้าของตนเองได้อย่างอิสระบนโลกออนไลน์  ไม่ต้องเช่าร้าน เช่าพื้นที่ ไม่ต้องลงทุนมาก ทำให้เริ่มธุรกิจได้ง่ายขึ้น

พอเรื่องเป็นแบบนี้ ตลาดในโลกออนไลน์ก็เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้น เริ่มจากการสร้างร้านขายของในเว็บไซต์ กลายมาเป็นหน้าร้านส่วนตัวใน Instagram และเพจบน Facebook

ข้อดีของเรื่องนี้คือ ผู้บริโภคมีตัวเลือกมากขึ้น เข้าถึงสินค้าที่หลากหลายมากขึ้น  แต่ในเรื่องดี ก็มีข้อเสียเช่นกัน.. เมื่อไม่มีอะไรมาคอยคัดกรอง หรือตีกรอบมาตรฐานไว้ ทุกคนมีอาวุธครบมือเท่ากัน คนบางกลุ่มจึงใช้เทคโนโลยีในปัจจุบันเป็นเครื่องมือสร้างสิ่งหลอกลวงขึ้นมา โดยใช้ความโลภของคนเข้ามาช่วย และเครือข่ายกระจายสินค้าจะไม่ใช่หน้าร้านดั้งเดิมอีกต่อไป แต่เป็นคนด้วยกันที่อยู่บนโลกออนไลน์นั่นเอง..

แล้วสินค้าอะไรเป็นที่นิยมในโลกออนไลน์ตอนนี้?

สินค้าแรกๆ ที่คนนึกถึงก็คงจะเป็น อาหารเสริม ครีม และสบู่ เพราะสินค้าเหล่านี้เข้าถึงคนได้ทุกกลุ่ม สร้างความน่าเชื่อถือได้ง่ายผ่านดารา สื่อ หรือช่องทางที่น่าเชื่อถือ  จากจุดเริ่มต้นตรงนี้เอง.. งานสัมมนาชวนเชื่อเพื่อสร้างเครือข่าย โดยมีธีมให้ผู้ที่ประสบความสำเร็จ ขับรถหรู และใช้ชีวิตอย่างหรูหรา มาเล่าถึงเรื่องราวของแบรนด์ที่ทำให้พวกเขามายืนตรงจุดนี้ และดูเหมือนว่า การขายความฝันแบบนี้จะเข้าถึงคนไทยได้อย่างง่ายดาย..

เมื่อทุกคนกลายเป็นเจ้าของอาหารเสริม ครีม และ สบู่กันหมดแล้ว ธุรกิจหมวดอื่นก็เริ่มตามมา..หมวดหมู่ที่เป็นเป้าหมายต่อไป ก็คือ หมวดหมู่การลงทุน  ปฏิเสธไม่ได้ว่านักลงทุนทั่วโลก ลงทุนเพื่อแสวงหาผลกำไร แต่ละคนมีวิธีการสร้างผลกำไร และประสบการณ์ในการลงทุนที่แตกต่างกันออกไป

พอโจทย์เป็นแบบนี้ มิจฉาชีพก็เกิดขึ้นอีกครั้ง..

ไม่นานมานี้ เราคงเคยเห็นโฆษณาชวนนักลงทุนไปร่วมระดมทุนในโครงการต่างๆ มากมายโครงการเหล่านี้มีการการันตีผลตอบแทนเป็น “รายเดือน” ที่สูงมากเมื่อเทียบกับ การลงทุนแบบทั่วไป ก็คงไม่ต้องแปลกใจว่าจะมีผู้ที่หลงเชื่อไปร่วมลงทุนมากขนาดไหน  ไวรัสร้ายนี้ ยังไม่จบ..ไวรัสแพร่กระจายจาก เรื่องสินค้า มาเรื่องลงทุน และในที่สุดก็มาถึง โค้ชสอนทำธุรกิจ..

ต้องยอมรับว่าการสอนทำธุรกิจ ทำให้คนมีความรู้มากขึ้น และ เรื่องนี้เหมือนจะเป็นประโยชน์ต่อทุกคน ทั้งผู้เรียนและผู้สอน  แต่แล้ว “ความโลภ” ก็ก้าวเข้ามาบดบังอีกครั้ง..ความโลภเข้ามาในรูปแบบที่บางคนอาจไม่ทันรู้ตัว ว่าสิ่งที่เรากำลังเรียนอยู่เป็นความรู้ หรือแฝงด้วยโฆษณาชวนเชื่อเพื่อหาเครือข่ายให้มาร่วมงาน  และจุดจบก็เหมือนเดิม คือ “หายนะ” ของคนที่ถูกหลอกลวง ที่โดนแปลงไปเป็นรายได้ของคนที่อยู่บนสุดของเครือข่าย

ที่น่าสนใจคือ ในปีนี้ มีสิ่งแปลกใหม่เพิ่มเข้ามาอีก..คำโกหก ผสมผสานเข้ากับธีมเทคโนโลยี กลายมาเป็น ร่างทรง 4.0 ที่สามารถทำปากเบี้ยว ตาเหลือกตลอดรายการ ..เราคงต้องยอมรับว่า เราจะเจอกับเรื่องพวกนี้มากขึ้นเรื่อยๆ..สื่อสมัยใหม่ทำให้เข้าถึงคนหมู่มากได้ง่ายขึ้น แต่ก็ต้องแลกด้วย คำโกหก และข่าวเท็จต่างๆ   สื่อสมัยเก่า ถึงจะสามารถควบคุมมาตรฐานให้ถูกต้องได้ แต่ก็อาจทำให้ความอิสระในการนำเสนอลดลง  ไม่ว่าจะอย่างไร ชีวิตคงต้องเดินต่อไป   เราคงไม่สามารถย้อนกลับไปหาวันที่มีข่าวแต่ในหน้าหนังสือพิมพ์อีกต่อไปแล้ว

สิ่งที่จะแก้ปัญหานี้ได้ตรงจุด ก็คงจะเป็น ความตระหนักรู้ของผู้รับสื่อเอง  ผู้รับสื่อต้องโตขึ้น รู้จักแยกแยะได้มากขึ้น  คำถามที่น่าคิด คือถ้าให้เลือกได้ สื่อสมัยใหม่ หรือ สื่อสมัยเก่า ดีกว่ากัน? ทั้งหมดนี้คงไม่มีคำตอบที่ตายตัว

เราคงต้องหาจุดสมดุลระหว่างสองขั้วนี้ด้วย “ตัวเราเอง”..

ที่มา http://longtunman.com