“ธุรกิจค้าปลีก” เติบโต 8 บริษัทใหญ่ทำกำไรต่อสาขาและพนักงานเพิ่มขึ้น

วันนี้การขยายตัวของเมือง ทำให้จำนวนประชากรในเขตเมืองของไทยเติบโตเฉลี่ย 4% ต่อปี เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ธุรกิจนี้เติบโตอย่างฉุดไม่อยู่

อีกปัจจัยคือ “เมือง” ส่งผลให้พฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนเปลี่ยนไป จากการพึ่งพาตนเองเป็นการเกื้อหนุนเชื่อมโยงกันของภาคการผลิตและการบริการต่างๆ ประกอบกับการประกอบอาชีพนอกภาคเกษตรทำให้คนมีรายได้เติบโตสม่ำเสมอ

ผลจากการศึกษาโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยพบว่า จากการศึกษาธุรกิจค้าปลีก และธุรกิจสินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภคซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ พบ ในช่วงปี 2557 – 2561 ทั้ง 2 กลุ่มธุรกิจมีการขยายตัวในเชิงปริมาณซึ่งได้แก่จำนวนสาขาที่เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะการให้ความสำคัญต่อการขยายสาขาในต่างจังหวัด

เช่น ในธุรกิจค้าปลีกมีจำนวนสาขาในต่างจังหวัดเติบโตเฉลี่ย 8.3% ต่อปี ในขณะที่สาขาในกรุงเทพฯ และปริมณฑลเติบโตเฉลี่ย 7.3% ต่อปี นอกจากนี้ ทั้ง 2 กลุ่มธุรกิจจ้างงานเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่เติบโตขึ้น โดยธุรกิจค้าปลีกและธุรกิจสินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภคมีการจ้างงานเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 6.9% และ 13.6% ต่อปี ตามลำดับ 

นอกจากการเติบโตในเชิงปริมาณแล้ว ความสามารถในการทำกำไรของทั้ง 2 ธุรกิจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยอัตรา ส่วนกำไรสุทธิ (net profit margin) เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงปี 2557 – 2561

การขยายสาขาและการจ้างงานที่เพิ่มนั้นไม่ได้ทำให้ประสิทธิภาพในการทำกำไรต่อสาขา หรือต่อพนักงานลดลงเลย แต่กลับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยธุรกิจค้าปลีกและธุรกิจสินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภคมีสัดส่วนกำไรสุทธิต่อพนักงานเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 10.1% และ 12.3% ต่อปี ตามลำดับ

ความร่วมมือของภาครัฐและภาคเอกชนในการลงทุนด้านสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานและบริการต่างๆ ที่จำเป็นต่อวิถีชีวิตในเมืองจะเป็นกลไกที่สำคัญให้เมืองขยายตัวอย่างมีคุณภาพในทุกมิติและขับเคลื่อนธุรกิจและเศรษฐกิจโดยภาพรวม