“บิทคอยน์”ไม่ยอมตาย

กระแสต่อต้านเงินสกุลดิจิทัล “บิทคอยน์” ถูกโหมกระพือขึ้นอีกครั้ง โดยหลายประเทศทั่วโลกประกาศห้ามทำธุรกรรม ห้ามเปิดรับแลกเปลี่ยน ห้ามซื้อขาย สร้างความตื่นตระหนกให้นักลงทุน จนเกิดการเทขาย ทำให้ราคารูดลงอย่างรุนแรง
ต้นสัปดาห์ราคาบิทคอยน์ ลดวูบต่ำกว่า 6,000 ดอลลาร์สหรัฐ หลังจากอินเดีย จีน และ สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่หลายแห่งออกมาปิดกั้นการทำธุรกรรม ฟองสบู่บิทคอยน์แตกมาหลายรอบแล้ว โดยต้นปี 2561 เคยขึ้นไปสูงสุดที่ระดับ 19,000 ดอลลาร์ แต่หลังจากมีข่าวจีนและเกาหลีใต้ ออกประกาศต่อต้านธุรกรรมเงินดิจิทัลสกุลนี้ ราคาบิทคอยน์ทรุดลงมาเหลือประมาณ 11,000 ดอลลาร์ ก่อนจะเด้งขึ้นไปใหม่ที่ระดับ 15,000 ดอลลาร์ แต่เมื่อหลายประเทศออกมาประกาศห้ามทำธุรกรรมบิทคอยน์รอบใหม่ ผลกระทบต่อความเชื่อมั่นนักลงทุน จึงเกิดการทุบขายระลอกใหม่ ภาวะฟองสบู่บิทคอยน์เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก กับแต่เงินสกุลนี้ไม่ยอมตายง่าย ๆ ถูกทุบจนคิดว่า ถึงจุดกาลอวสานแล้ว แต่ฟื้นขึ้นมาใหม่ได้ทุกครั้ง

ล่าสุดเมื่อคืนวันพุธ ราคาบิทคอยน์ ขยับขึ้นไปเกือบ 9,000 ดอลลาร์ หรือขึ้นมาเกือบ 3,000 ดอลลาร์ ในชั่วเวลาสองวัน นับจากข่าวการต่อต้านธุรกรรมบิทคอยน์จากประเทศใหญ่ ๆ ถูกโหมกระพือ บิทคอยน์เป็นของเล่นใหม่ของนักลงทุนทั่วโลก จำนวนคนที่เข้าไปซื้อขายเก็งกำไรเสี่ยงดวง เติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ประชากรโลกส่วนใหญ่ มีความรู้ความเข้าใจในเงินสกุลดิจิทัลน้อยมาก หรือไม่เข้าใจเลย

อย่างไรก็ตาม บิทคอยน์ได้กลายเป็นเงินสกุลสากลบนโลกดิจิทัลไปแล้ว สามารถใช้จ่ายได้แทบทั่วโลก ล่าสุดสิงคโปร์ประกาศยอมรับในธุรกรรมบิทคอยน์ ขณะที่สหรัฐประกาศว่า จะออกมาตรการควบคุมธุรกรรม แต่กลับไม่มีมาตรการใดออกมา  รัฐบาลทั่วโลกกลัวว่า บิทคอยน์จะสร้างความเสียหายใหญ่หลวง จึงพยายามความคุมธุรกรรม แต่ไม่อาจควบคุมได้ทั้งหมด สิ่งที่รัฐบาลแต่ละประเทศกังวลมากที่สุดคือ
บิทคอยน์จะเป็นช่องทางในการฟอกเงินของธุรกิจมืด ทั้งธุรกิจค้าอาวุธ การค้ายาเสพติด หรือแม้กระทั่งการทุจริตคอร์รัปชั่น เงินสกปรก เงินสีเทา จะถูกนำมาฟอกผ่านบิทคอยน์ กลายเป็นเงินสะอาด และยังไม่มีหน่วยงานประเทศใดตรวจสอบเส้นทางการฟอกเงินผ่านสกุลดิจิทัล แม้พยายามอออกมาตรการกำกับดูแลการทำธุรกรรมผ่านบิทคอยน์อย่างเข้มงวดแล้วก็ตาม

ทุกครั้งที่มีข่าวโหมกระพือว่า หลายประเทศออกมาต่อต้านบิทคอยน์ จะมีนักลงทุนส่วนหนึ่งเกิดความตื่นตระหนก และแห่กันทิ้งบิทคอยน์ จนราคารูดลงอย่างน่ากลัว และคิดว่า ฟองสบู่บิทคอยน์คงแตกแล้ว เงินสกุลดิจิทัลคงจะปิดฉากลงจริง ๆ เสียที

แต่ท่ามกลางความตื่นตระหนก จะมีนักลงทุนบางส่วน ถือเป็นโอกาส ในการช้อนซื้อบิตคอยน์ เป็นจังหวะที่จะได้เก็บของถูก และมีคนที่ทำกำไรได้ทุกรอบของวิกฤตบิตคอยน์ สบู่ฟองเล็ก ๆ ของบิทคอยน์แตกมาแล้วหลายรอบ แต่สบู่ฟองใหญ่ยังไม่แตก วิกฤตของบิทคอยน์ยังไม่สะเด็ดน้ำ เพราะท่ามกลางความตื่นตระหนก จะเป็นโอกาสของคนบางกลุ่มที่จะเข้าไปทำกำไรจากเงินดิจิทัลสกุลนี้ โดยมีความเชื่อว่า บิทคอยน์จะเป็นเงินดิจิทัลสกุลสากลที่คนทั้งโลกยอมรับในอนาคตอันใกล้ แต่ความเชื่อของคนที่เข้าไปทำธุรกรรมบิทคอยน์จะเป็นจริงหรือไม่ คงต้องรอดูกันต่อไป เพราะมุมมองของเงินดิจิตอลสกุลนี้ยังแตกต่าง โลกสถาบันการลงทุนชั้นนำของโลกเตือนว่า อนาคตบิทคอยน์จะมีค่าเป็นศูนย์
ส่วนผู้เชี่ยวชาญในบิทคอยน์กลับประเมินว่า ปลายปีนี้ บิทคอยน์จะพุ่งขึ้นไปที่ระดับ 50,000 ดอลลาร์ เรื่องของบิทคอยน์ต้องฟังหูไว้หู แต่ศึกษาไว้เป็นความรู้ ไม่เสียหาย ไม่เข้าไปทำธุรกรรมเสียอย่าง ไม่ต้องเจ็บเนื้อเจ็บตัว รู้เพียงแต่ว่า บิทคอยน์เป็นเงินสกุลร้อน อนาคตอยู่นอกเหนือคำทำนาย ไม่จำเป็นอย่ายุ่งพอแล้ว

โดย สุนันท์ ศรีจันทรา https://mgronline.com