มองไปยังอนาคต ธุรกิจ App Android ในปี 2019 จะเป็นยังไงต่อไป

ตอนปลายปี 2017 มีคนบอกว่า ธุรกิจแอพ Android กำลังจะล่ม คนที่เคยทำได้ ก็จะทำไม่ได้ คนจะโดนแบนกันหมด ยอดจะตก สารพัดข้อกล่าวหา ตอนนี้ล่วงเลยมาถึง 2018 แล้ว ก็เป็นจริงอยู่ เพราะ Google โหดขึ้น คู่แข่งก็มากขึ้น แต่ในวิกฤติเช่นนั้น ยังมีคนอีกกลุ่มนึง ที่รายได้เพิ่มขึ้น ธุรกิจเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด คนกลุ่มนั้น ก็คือ กลุ่มคนที่ทำ แอพสายขาว 

OK สิ่งที่กำลังจะพูดก็คือ แอพสายขาว ควรทำแบบไหน ทำไมจึงควรให้ความสำคัญกับมัน  แต่ก่อนหน้านั้นจะเล่า Timeline ของธุรกิจแอพให้ฟัง

ตั้งแต่เริ่มแรกของยุคเฟื่องฟูของธุรกิจแอพ ตั้งแต่ปี 2013 จนถึง 2017 ชาว IM หรือแม้แต่คนนอกก็ตาม ใครๆก็หันมาทำแอพกันหมด เนื่องด้วยมันง่าย ขอแค่มีแอพขึ้น Store ก็ได้เงิน ไล่มาตั้งแต่

ปี 2013 ปีนี้แทบไม่ต้องทำอะไร แค่ทำให้เรามี App อยู่ใน Store คนก็โหลดกัน ไม่ต้องทำ ASO เลยด้วยซ้ำ ง่ายสุดๆ ผมทันในยุคนี้ ขึ้นแอพจับคู่ง่ายๆ ก็ทำเงินได้หลัก $100 ต่อวัน / แอพ

ปี 2014 ปีนี้คนเริ่มเข้ามาเยอะขึ้น เริ่มมี Game/APP ดีๆในตลาดเยอะขึ้น มือถือหลายยี่ห้อ หลายค่ายเริ่มมากขึ้น คนเปลี่ยนมาใช้ Smart Phone ในปีนี้กันเยอะมาก ในช่วงนี้ เน้นทำแอพขึ้น Store ให้เยอะๆ เน้นปริมาณก็สามารถ ทำรายได้ ได้มหาศาล เนื้อในเหมือนเดิม เปลี่ยนแค่ชื่อ กับ icon ก็พอ

ปี 2015 ปีนี้กระแสการทำแอพ มาแรงสุดๆ เรียกได้ว่า ใครๆก็หันมาทำแอพ ทั้งองค์กรเล็ก ใหญ่ หรือแม้แต่คนทั่วไปก็หันมาสนใจการทำแอพ SME ต่างๆ พยายามเปลี่ยนเวบไซต์ตัวเองเป็นแอพ ใน Store มีแอพเพิ่มขึ้นเยอะมากๆ แน่นอน มันคือคู่แข่ง แต่ปีนี้ ยังมีแนวทางที่เรียกว่า Reskin เข้ามาอีกด้วย ทำให้ผู้ที่ทำแอพแนว Reskinสามารถครองตลาดอยู่ได้อย่างสบาย เรียกได้ว่าทำกันวันนึงเป็นร้อยแอพ อยู่ที่ว่าใครจะทำได้มากกว่ากัน ใครทำมากได้มากเลย

ปี 2016 ปีนี้ Google เริ่มโหด มีการแบนเกิดขึ้น ทั้ง Google Play และตัว Admob เอง ทำให้ต้องปรับตัวกันยกใหญ่ เริ่มมีการใช้เทคนิค ASO กันมากขึ้น แต่วิธี Reskin ก็ยังคงได้อยู่ แต่ก็จะมีบ้างที่โดนแบนจากสาเหตุ Relate Account แต่นั้นก็เพราะ App มันเริ่มล้น Store แล้ว

ปี 2017 ปีนี้เป็นปีที่หนักหน่วงสำหรับสายดำ Google โหดมาก แบนกระจาย คนที่เคยทำ Reskin เริ่มแย่ เพราะนอกจากจะโดนแบน ข้อหา Relate Account แล้ว ยังมีข้อหา Dulpicate App หรือการนำกราฟฟิค จากที่อื่นมาใช้ หลายคนท้อ และเลิกลากันไป แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่ยังทำต่อได้ โดยคนที่ทำกันต่อ ก็จะต้องทำ Reskin แบบที่ดีหน่อย ไม่ใช่แค่เปลี่ยนสี เปลี่ยนตัวละคร อาจจะต้องมีการเพิ่มด่าน เพิ่มลูกเล่นเข้าไป คิดถึง User มากขึ้น

ปี 2018 หรือก็คือปัจจุบัน ณ ช่วงเวลาที่เขียนบทความนี้ กลางปีพอดี หลายคนเลิกทำธุรกิจแอพไปแล้ว คนที่ทำอยู่มีจำนวนน้อยลง Google ยังคงโหดเหมือนเดิม ก่อเกิดกระแสที่เรียกว่า แอพสายขาว ก็คือแอพที่ตั้งใจพัฒนาจริงๆ ไม่เน้นจำนวน เน้นคุณภาพล้วนๆ ที่สำคัญคือมันปลอดภัยและไม่โดนแบน ตัวผู้เขียนก็ทำแอพแนวนี้เช่นกัน ตอนนี้เป็นเหมือนช่วงเวลาทองของ แอพสายขาว เพราะคู่แข่งน้อย วัดกันที่คุณภาพล้วนๆ ถ้าทำแอพดี + ASO ระดับนึง โอกาสทำเงินค่อนข้างสูงมากๆ และยอดยังนิ่งด้วย

อีกทั้งยังมีปัจจัย เอื้อหนุน ที่เหมาะกับการทำแอพสายขาว อีกเยอะ เช่น

  1. หลายประเทศเริ่มมีการใช้ Smart Phone มากขึ้น เพิ่มโอกาสให้ผู้พัฒนาอย่างมาก เช่น บลาซิล อินเดีย ตุรกี จีน และอีกหลายประเทศเลย
  2. การโดนแบนของ สายดำ ทำให้ สายขาวเริ่มสบายมากขึ้น คู่แข่งลดลงไปเยอะขึ้น
  3. Tool และ Asset ต่างๆ ที่มีในปัจจุบัน ทำให้มีตัวช่วยเยอะมากขึ้นในการทำงาน
  4. อัตราการติดมือถือของคนทั่วโลก เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ปัจจุบันใครๆก็ใช้ Smart Phone และใช้มันทำทุกอย่าง ไม่เชื่อลองดูคนรอบตัวนะครับ
  5. Algorithm ที่เกี่ยวกับ ASO เริ่มนิ่ง ทำให้สามารถ พุ่งเป้าได้ง่ายขึ้น
  6. Google รักสายขาว ใช่ครับ มันมีหลายอย่างที่ดีกว่า ไว้ผมจะมาเล่าให้ฟังนะครับ
  7. การเข้าถึงอินเตอร์เนตที่มากขึ้น ทำให้คนเข้าถึงแอพเราได้มากขึ้น
  8. Data ที่มากมายมหาศาล ทั้ง Blog วิเคราะห์ ASO หรือแนวทาง Case Study ที่มีเผยแพร่กันค่อนข้างเยอะ แค่ลงมือทำตามเอง

นั้นเป็นเพียงปัจจัยส่วนนึง ที่ทำให้ผมมองว่า แอพสายขาว ยังคงไปได้ และยังไปได้อีกไกลมากๆ อย่างน้อยก็จนกว่า คนจะไม่ใช้มือถือนั้นแหละครับ

แล้วอนาคต ปี 2019 ละ จะเป็นยังไง ต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง ??

สำหรับแอพสายขาว ก็ไม่ต้องปรับตัว อะไรมาก มันยังคงไปได้อย่างสบายๆ เพียงแต่จะต้องมีหลัก มีแผนกันซักหน่อย เพราะในปี 2019 จะเริ่มมีคู่แข่งรายใหญ่ๆเข้ามามากขึ้น ค่ายเกมส์ต่างๆ เริ่มเข้ามากินเค้กก้อนนี้อย่างเต็มตัว

ถ้าจะให้สรุปง่ายๆ ในการเตรียมตัวในการทำธุรกิจแอพ 2019 ก็จะมีประมาณนี้

  1. แอพคุณภาพคือ ปัจจัยหลัก ย้ำนะ ว่าคุณภาพ และขอให้เป็นคุณภาพระดับสากล !!
  2. ทำแอพให้น้อย ใส่ใจให้มากขึ้น (หลักหน่วย ก็พอแล้ว)
  3. ASO ยังคงสำคัญ โฟกัสให้ดี เช่น จะเล่น Keyword อะไร หมวดไหน ประเทศอะไร
  4. ติดสถิติ ในทุกอย่างที่ทำได้ คุณจะต้องรู้ว่าแอพของคุณ คนส่วนใหญ่มาจากช่องทางไหน Keyword อะไร แล้วพอเข้ามาแล้ว เค้าทำยังไงบ้างกับแอพของเรา
  5. ออกแบบ Funnel การทำเงินให้ดี จะทำเงินรูปแบบไหน ปรับแค่นิดเดียว จากขาดทุนเป็นกำไรได้เลย $$$$
  6. Traffic ไม่ใช่เรื่องยาก แต่สิ่งที่ยากก็คือ จะทำให้ยังไงให้คนไม่ลบแอพเรา
  7. Retention กับ Session คือตัวชี้วัดง่ายๆ ว่าแอพดีหรือไม่ดี (บทความหน้าจะมาเขียนแยกให้ ว่ามันควรเป็นเท่าไร)
  8. เชื่อในแนวทางของตัวเองเยอะๆ มั่นใจมากๆหน่อย

ก็คงจะประมาณนี้แหละ ยังคงทำแอพสายขาวต่อไป และมองว่าน่าจะเป็นธุรกิจหลัก ไปได้อีกนานเลย เพราะปีหน้าก็มีแผนจะเปิดเป็นบริษัทเพื่อจัดการเรื่องภาษีและเรื่องอื่นๆให้ง่ายขึ้น ตั้งใจจะขยาย Office เพิ่มคนทั้ง Graphic และ Programmer เพื่อรองรับงานที่มากขึ้นด้วย

สุดท้ายสิ่งที่สำคัญที่สุด ผมคิดว่าน่าจะเป็นความเชื่อ สายขาวนะ มันช้ากว่าจะออกดอกออกผล ให้เก็บกิน มันเหมือนกับการปลูกต้นไม้ใหญ่ ต้องใช้เวลารดน้ำพรวดดิน เอาใจใส่ แต่พอมันแข็งแรงแล้ว ไม่ว่าจะเจอลมพายุอะไร ก็โค่นมันไม่ลง และมันก็จะยังคงออกดอกออกผล ให้เราอย่างสม่ำเสมอ

medium.com