ยุคสังคมไร้เงินสด

“เรากำลังจะเข้าสู่ยุคสังคมไร้เงินสด”
ประโยคนี้เราน่าจะเคยได้ยินกันมาหลายครั้ง  แต่ก็คิดว่าน่าจะอีกไกล แต่จริงๆแล้ว
เรื่องนี้ได้เข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันของเราอย่างไม่รู้ตัวแล้ว

เรามารู้จักกับเทคโนโลยี QR Code ที่เป็นประเด็นสำคัญที่จะทำให้เรื่องนี้กลายเป็นความจริงกัน

QR Code มีต้นกำเนิดมาจากประเทศญี่ปุ่น เป็นรหัสที่ถูกพัฒนามาจาก Barcode ที่ใช้งานได้ง่ายกว่าและเก็บข้อมูลได้มากกว่า  ส่วนวิธีการที่จะนำ QR Code มาใช้นั้นก็เป็นเรื่องง่ายเพียงแค่เราสแกนรหัส QR Code กับแอปพลิเคชั่นในมือถือก็ถือว่าอ่านข้อมูลได้แล้ว  พอมันง่ายแบบนี้ จึงมีการนำเอา QR Code มาเป็นสื่อกลางในการชำระสินค้าในระบบการชำระเงินออนไลน์

การชำระเงินที่สะดวกขนาดนี้จะมีประโยชน์ขนาดไหน? ในสมัยก่อนที่จะมีระบบชำระเงินออนไลน์  สมมติว่าวันนี้เราจะไปช้อปปิ้งและดูหนังกับเพื่อนๆ แล้วเราลืมหยืบกระเป๋าสตางค์มา  ทางออกที่เราทำได้ก็คือ “ยืมเพื่อน” ซึ่งหลายๆคนน่าจะเคยทำกันเป็นประจำ หรือว่าในตอนที่เราช้อปปิ้ง พอเปิดกระเป๋าสตางค์ขึ้นมาพบว่ามีเงินไม่พอจ่าย และร้านไม่รับบัตรเครดิตเราก็คงต้องอดซื้อสินค้านั้น..

ซึ่งตอนนี้ระบบการชำระเงินด้วย QR Code กำลังจะทำให้ปัญหาเหล่านี้หายไป

รู้ไหมว่า เราใช้เวลาในการจ่ายเงินผ่าน QR Code ตั้งแต่หยิบมือถือขึ้นมา เข้าแอปพลิเคชั่นใส่รหัสผ่าน ไปถึงสแกน QR Code จนเสร็จ เฉลี่ยแล้วประมาณ 20 วินาที  ซึ่งต่างจากการที่เราชำระเงินสด ที่ต้องใช้เวลาตั้งแต่หยิบกระเป๋าสตางค์ จ่ายเงินให้พนักงาน รอรับเงินทอน เฉลี่ยแล้วประมาณ 40 วินาที

แต่สำหรับใครบางคน เรื่องความเร็ว อาจจะไม่ได้สำคัญเท่า การไม่อยากได้เศษเหรียญ      QR Code จะทำปัญหาการได้เศษเหรียญหมดไป  ตอนนี้ทุกคนคงจะคิดว่า QR Code สะดวกในเรื่องการจ่ายเงินให้คนอื่น

แต่จริงๆแล้ว สิ่งที่จะเปลี่ยนพฤติกรรมคนได้มากกว่าก็คือ “การรับเงิน” จากคนอื่น ด้วย QR Code  เราสามารถสร้างรหัส QR Code ได้ด้วยตนเองเพื่อรับเงินจากคนอื่นได้แล้ว  ส่วนของร้านค้าการรับเงินด้วย QR Code น่าจะเป็นประโยชน์หลายอย่าง

ในตอนปิดร้านของทุกวัน ถ้าเป็นไปได้คงไม่มีใครอยากมานั่งนับเงินทีละหลายๆใบเพื่อสรุปยอด และสามารถตรวจสอบได้ง่ายว่าเงินที่ได้รับมาถูกต้องหรือไม่  แล้วตอนนี้ประเทศไทยเรา การชำระเงินออนไลน์ผ่านมือถือเติบโตขึ้นขนาดไหน

มูลค่าการชำระเงินผ่าน Mobile banking

ปี 2558 มีมูลค่าอยู่ที่ 2,800 ล้านบาท
ปี 2559 มีมูลค่าอยู่ที่ 5,361 ล้านบาท
ปี 2560 มีมูลค่าอยู่ที่ 8,997 ล้านบาท

เพียงแค่ในเวลา 3 ปีเติบโตขึ้นมาถึง 221%

ด้วยการเติบโตขนาดนี้ ถ้าเรามองไปอีก 30 ปีข้างหน้า  เมื่อถึงตอนนั้นเราอาจจะไม่เห็นธนบัตรหรือเหรียญอีกเลยก็เป็นได้   เพื่อตอบโจทย์ยุคสมัยสังคมไร้เงินสดที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว

ที่มา http://longtunman.com