ร้านโชห่วย-ไฮบริด ทางรอดธุรกิจคนตัวเล็ก

ร้าน “โชห่วย–ไฮบริด” คาดหวังกันว่าจะเป็นทางรอดทางใหม่ของ “ธุรกิจคนตัวเล็ก” อยากได้สินค้าอะไร…เชิญได้ที่ร้านค้าชุมชนไทยบนโลกอออนไลน์ ส่งตรงถึงบ้านคุณ ทำความเข้าใจง่ายๆก็คือ   “โชห่วย–ไฮบริด” จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางหรือจุดรวบรวมคำสั่งซื้อขายสินค้าอุปโภคบริโภคและผลิตภัณฑ์ชุมชนในท้องถิ่นของผู้บริโภค เมื่อซื้อสินค้าแล้ว…ผู้ซื้ออาจไปรับสินค้าด้วยตนเองที่ร้าน หรืออาจให้ร้านจัดส่งให้โดยผ่านบริการของไปรษณีย์

ต้นปีที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ ร่วมกับสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (กทบ.) เพื่อยกระดับร้านค้าชุมชนโดยใช้เทคโนโลยีช่วยบริหารจัดการ (โชห่วยไฮบริด)ความคืบหน้าที่เกิดขึ้น “รัฐบาล” มี “ร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ” เพื่อรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย 20,000 แห่ง ที่ได้ติดตั้งเครื่องรูดบัตร (อีดีซี) แล้ว และจะขอเพิ่มอีก 20,000 เครื่อง เพื่อนำมาติดตั้งให้กับร้านค้าธงฟ้าประชารัฐรายใหม่ที่จะเข้าร่วมโครงการ 20,000 แห่ง ภายใน 2 เดือนในจำนวนนี้จะเป็น “ร้านชุมชน” ที่อยู่ในกองทุนหมู่บ้าน 10,000 แห่ง…ทั้งหมดจะถูกยกระดับให้ใช้เทคโนโลยีบริหารจัดการเป็นโชห่วยไฮบริดทั้งหมด

โครงการเสริมสร้างศักยภาพร้านค้าชุมชนไทยสู่โชห่วย-ไฮบริดเสริมพื้นฐานการทำธุรกิจให้ร้านค้าชุมชน สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ บอกว่า จะใช้กลยุทธ์การตลาดแบบ Omni-Channel ดึง…“ออฟไลน์” และ “ออนไลน์”…ดูดลูกค้า และช่วยให้เกิดศูนย์กลาง (Hub) กระจายสินค้าในร้านและผลิตภัณฑ์ชุมชนไปสู่มือผู้บริโภคด้วยแพลตฟอร์มของไปรษณีย์ไทย และผ่านโครงข่ายอินเตอร์เน็ตของ DEPA

“โครงการนี้เป็นอีกหนึ่งโครงการสำคัญที่รัฐบาลมุ่งส่งเสริมอย่างจริงจังเพื่อผลักดันเศรษฐกิจฐานรากของไทยผ่านร้านค้าชุมชนให้สามารถเผชิญความท้าทายต่อการแข่งขันที่รุนแรงทั้งสถานการณ์การตลาดในประเทศและต่างประเทศ ผู้ประกอบธุรกิจจึงต้องติดอาวุธทางความคิด มีการวางแผนกลยุทธ์การบริหารจัดการร้านค้าสมัยใหม่ เป็นสิ่งจำเป็นที่ทำให้ร้านค้าชุมชนมีโอกาสเติบโต…” นอกจากจะสร้างรายได้ให้กับธุรกิจของตนเอง แล้วยังครอบคลุมเศรษฐกิจในท้องถิ่นด้วย

แนวทางการดำเนินการ เป็นความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐบาลและเอกชน ได้แก่ กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า, สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA), บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด และสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ

จากการวิเคราะห์ข้อมูลของธุรกิจในท้องถิ่นเพื่อนำมากำหนดแนวทางการส่งเสริมของกระทรวงพาณิชย์ พบว่า ร้านค้าชุมชนไทยมักจะพบกับอุปสรรคสำคัญในการทำธุรกิจ 3 ด้าน

คือ 1) ด้านการตลาด การขายสินค้าที่ไม่ตรงใจผู้บริโภค ภาพลักษณ์การจัดร้านที่ไม่สวยงามมีระเบียบ
2) ด้านโลจิสติกส์/สินค้าคงคลัง ไม่มีระบบการบริหารจัดการทีที่ดี
3) ด้านข้อมูลเพื่อการตัดสินใจทางธุรกิจ ไม่มีการจัดทำรายงานข้อมูลทางการเงิน หรือสินค้าคงเหลือ ทำให้ไม่มีข้อมูลเพียงพอเพื่อนำมาวางแผนและตัดสินใจทางธุรกิจได้

โชห่วย–ไฮบริด” มุ่งขจัดอุปสรรค…ตอบโจทย์การสร้างความเติบโตให้ร้านค้าชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน โดยใช้การตลาดยุคใหม่อย่าง ‘Omni–Channel’ เข้ามาช่วยบริหารธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผสมผสานเทคโนโลยีที่เป็นเครื่องมือทางการตลาดให้ร้านค้าชุมชนสามารถเข้าถึงลูกค้าจากทุกช่องทาง ที่ผ่านมากรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ลงพื้นที่ 4 ภาค…เชียงใหม่, กรุงเทพฯ, อุดรธานี, สงขลา เพื่อให้ความรู้ทางวิชาการแก่ร้านค้าชุมชนและด้านปฏิบัติในการลงมือปรับภาพลักษณ์ ณ ร้านค้าจริง ตอกย้ำชัดเจนว่า ร้านโชห่วย-ไฮบริด จะทำหน้าที่เป็นฮับหรือจุดรวบรวมคำสั่งซื้อขายสินค้าอุปโภคบริโภค…ผลิตภัณฑ์ชุมชนในท้องถิ่น การชำระเงินผ่านทางระบบออนไลน์ของผู้บริโภคในชุมชนและระบบการขนส่งสินค้าที่มีประสิทธิภาพ ผ่านความร่วมมือจากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลที่จะดำเนินการติดตั้งอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงในหมู่บ้าน และบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ที่ต้องเร่งพัฒนาก็คือแพลตฟอร์ม “การซื้อ–ขาย” สินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ที่สามารถนำมาปรับใช้กับร้านค้าโชห่วยและร้านค้าชุมชน ประกอบกับเสริมความรู้ให้กับร้านค้าชุมชนด้านบริหารจัดการเครือข่ายโลจิสติกส์ของสินค้าตั้งแต่ต้นทางจนกระทั่งถึงผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็วซึ่งเป็นจุดแข็งของไปรษณีย์ไทยที่จะมาช่วยให้ร้านค้าชุมชนสามารถจำหน่าย… กระจายสินค้าได้ครอบคลุมทั่วประเทศ

“โชห่วย–ไฮบริด” จะช่วยพลิกโฉมและเชื่อมโยงร้านค้าชุมชนหรือร้านโชห่วยในท้องถิ่นให้เข้าถึงผู้บริโภคได้ด้วยเทคโนโลยี สร้างผู้ประกอบธุรกิจหรือธุรกิจของคนตัวเล็กๆ ให้มีความเข้มแข็งสะท้อนความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศไทย ที่สำคัญ “ร้านค้าชุมชน” จะสามารถอยู่ร่วมกับ “ร้านค้าสมัยใหม่ (Modern Trade)” ได้ รวมถึงปรับตัวให้ดำเนินธุรกิจบนช่องทาง “ออฟไลน์” และ “ออนไลน์” อย่างยั่งยืน“โชห่วย–ไฮบริด” เพิ่มศักยภาพร้านค้าชุมชนกระจายสินค้า อีกด้านหนึ่ง ผู้ผลิต…สินค้าชุมชนก็ต้องสร้างมูลค่าเพิ่ม สร้างมาตรฐานแบรนด์ไทยให้เติบโตไปด้วยกันให้ได้ เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ทั้งเกษตรกร ท้องถิ่น สังคม พนักงาน และผู้บริโภค

ข้อสำคัญของความสำเร็จคือการรักษาคุณภาพสินค้าบวกกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทันกับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคที่มีความต้องการที่หลากหลายและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยยึดหลัก… “การผลิตสินค้าตามความต้องการของผู้บริโภค” ซึ่งจำเป็นต้องศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคเป็นระยะ

“โอทอป”… “เอสเอ็มอี” … “สินค้าชุมชน” ไหนจะนำไปเป็นตัวอย่างการพัฒนาก็ไม่สงวนสิทธิ์แต่ประการใด เพื่อเดินหน้าไปสู่การพัฒนาที่ “มั่นคง…มั่งคั่ง…ยั่งยืน”.

ที่มา: www.thairath.co.th