สสว.จัดสัมมนาเสริมความรู้ “Surviving Disruption 4.0 พลิกธุรกิจ SME อย่างไร ไม่รอให้ถึงทางตัน!”

นายสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า สสว. ได้จัดการประชุมสัมมนา “Surviving Disruption 4.0 พลิกธุรกิจ SME อย่างไร ไม่รอให้ถึงทางตัน!”
ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมภายใต้โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารและขับเคลื่อนแผนการส่งเสริม SME ปี 2562 ซึ่งโครงการนี้มุ่งพัฒนาเครื่องมือหรือกลไกการส่งเสริม SME ผ่านเว็บไซต์ SMEONE หรือ www.smeone.info และจัดประชุมสัมมนาเพื่อเผยแพร่ข้อมูลความรู้ที่เป็นประโยชน์ไปสู่ผู้ประกอบการ SME เนื่องจากปัจจุบันเทคโนโลยีดิจิทัล เข้ามามีบทบาทสำคัญที่สร้างผลกระทบทั้งในแง่บวกและแง่ลบต่อการดำเนินธุรกิจ จึงเป็นเรื่องจำเป็นที่ผู้ประกอบการต้องเตรียมรับมือ และสามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจ

“เทคโนโลยีดิจิทัล มีบทบาทสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจปัจจุบัน เพราะคนไทยทุกวันนี้มีการใช้อินเตอร์เน็ตเฉลี่ย 10 ชั่วโมง 5 นาทีต่อวัน กว่า 70% ใช้เพื่อการค้นหาข้อมูลความรู้ และกว่า 50% ใช้เพื่อการซื้อสินค้าและบริการ ขณะเดียวกันจากจำนวนประชากรไทย 69.24 ล้านคน มีเบอร์โทรศัพท์มือถือถึง 92.33 ล้านเลขหมาย แสดงให้เห็นว่าคนไทยหลายคนมีโทรศัพท์มือถือมากกว่า 1 เลขหมาย สะท้อนภาพของความเป็นยุคดิจิทัลไลฟ์ (Digital Life) ที่ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ และเป็นโจทย์หลักของการทำงานในปีนี้ของ สสว. ที่มุ่งจะยกระดับและช่วยให้ผู้ประกอบการ SME ก้าวเข้าสู่โลกดิจิทัลมากขึ้น เพื่อคว้าโอกาสที่มีอยู่อย่างมหาศาลจากพฤติกรรมของคนที่ใช้ชีวิตผูกติดกับโลกออนไลน์มากขึ้นเรื่อย”

สำหรับการจัดงานสัมมนาครั้งนี้จะมุ่งถ่ายทอดบทเรียน ความรู้ จากประสบการณ์ของผู้ประกอบการต้นแบบที่สามารถใช้เทคโนโลยีพลิกสถานการณ์การดำเนินธุรกิจ ให้เติบโต เข้มแข็งได้อย่างน่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นคุณพัสชนันท์ คงวณิชกิจเจริญ บริษัท ศรีนครชัยอินเตอร์เทรดดิ้ง จำกัด จากธุรกิจค้าส่งเครื่องมืออุปกรณ์ช่างต่างๆ สู่การสร้างแพลตฟอร์มดิจิทัลที่จะพลิกโฉมการทำธุรกิจรูปแบบใหม่ หรือ คุณพันธ์ภูวดล จารุโชติรัตนสกุล บริษัท อินเตอร์เนชันแนล คอนเนคเทรด จำกัด จากธุรกิจงานพิมพ์เจ้าของแบรนด์อิงค์แมน สู่ตลาดหมึกพิมพ์อาหาร ในชื่อ PimCake ซึ่งกลายเป็นตลาดใหม่ที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมและเพิ่มโอกาสที่ขยายธุรกิจได้อีกไกล

ในปี 2562 กำหนดจะจัดสัมมนารวม 4 ครั้งในพื้นที่ 4 ภูมิภาค โดยครั้งนี้เป็นครั้งแรก จัดที่ กทม. พื้นที่ภาคกลาง ต่อไปจะจัดที่ภาคเหนือ จ. เชียงใหม่ ในวันที่ 4 กรกฎาคม ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในวันที่ 8 สิงหาคม และภาคใต้ หาดใหญ่ จ.สงขลา ในวันที่ 5 กันยายน เชื่อว่าข้อมูลความรู้ที่ได้จากงานสัมมนานี้ จะช่วยเสริมความรู้ และสร้างแนวคิดในการสร้างสรรค์ธุรกิจให้ผู้ประกอบการ ให้สามารถดำเนินอยู่ได้ท่ามกลางสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัล และสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ดำเนินธุรกิจให้อยู่รอดและเติบโตได้อย่างยั่งยืน

ขณะเดียวกัน สสว. ก็ไม่หยุดนิ่งในการพัฒนาเว็บไซต์ SMEONE เพื่อเป็นเครื่องมือให้ผู้ประกอบการสามารถใช้เป็นแหล่งความรู้ในการพัฒนาศักยภาพตนเองในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็น ค้นหาแนวคิดการทำธุรกิจที่น่าสนใจ ค้นหาศูนย์บริการต่างๆ ในการพัฒนามาตรฐาน หรือเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ข้อมูลการตลาด สินเชื่อหรือแหล่งทุนที่น่าสนใจ ฯลฯ เพื่อนำความรู้มาประยุกต์ใช้ให้สามารถแข่งขันได้ ที่สำคัญสามารถค้นหาเพื่อเข้าร่วมงาน/กิจกรรม หรือโครงการของหน่วยงานภาครัฐ ทั้งที่มีการบูรณาการภายใต้แผนการส่งเสริม SME และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงภาคเอกชนและสถาบันการเงินที่เข้ามาร่วมมือกัน ที่ผ่านมา สสว. ได้มีความร่วมมือในการพัฒนาเว็บไซต์ SMEONE ไม่น้อยกว่า 70 ราย เพื่อให้เป็นศูนย์รวมข้อมูลความรู้ และทุกสิ่งที่เป็นประโยชน์

“การดำเนินโครงการนี้ เพื่อบรรลุเป้าหมายในแผนการส่งเสริม SME ฉบับที่ 4 ในยุทธศาสตร์ที่ 3 ซึ่งกำหนดให้มีการพัฒนากลไกเพื่อขับเคลื่อนการส่งเสริม SME อย่างเป็นระบบ ด้วยการพัฒนาระบบสนับสนุนที่จะช่วยให้การส่งเสริมและพัฒนา SME เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล ซึ่งเว็บไซต์ SMEONE  จะตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ดังกล่าว เพื่อสร้างโอกาสให้ SME ใช้บริการจากภาครัฐครบทุกด้าน ตามสโลแกนที่ว่า ‘ทุกเรื่องครบ…จบในที่เดียว’ นั่นเอง”

http://www.lokwannee.com