หอการค้า 5 ภาคชง “บิ๊กตู่” อุ้มSME เพิ่มขีดแข่งขัน-ฝ่าสงครามการค้า

85 ปี “หอการค้าไทย” ขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศฝ่าวิกฤตการค้าโลก “กลินท์” อยากเห็นนโยบายเศรษฐกิจพรรคการเมืองช่วยประเทศเดินหน้า-ลดเหลื่อมล้ำ-เพิ่มขีดแข่งขัน หอ 5 ภาคยื่นสมุดปกขาวนายกฯตู่ ช่วยเอสเอ็มอี กระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้า

นายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ระหว่าง 30 พ.ย.-2 ธ.ค. 61 ได้จัดงานสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 36 ขึ้น โดยปี 2561 เป็นปีที่หอการค้าไทยครบรอบ 85 ปี ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะให้เกียรติมาร่วมงานและรับสมุดปกขาวผลสรุปการประชุมหอการค้า วาระหลักในการหารือปีนี้ มีนโยบายมุ่งเน้นผลักดันการดำเนินงานสู่ trade and services 4.0 ใน 3 value chain คือ การค้าและการลงทุน การเกษตรและอาหาร และท่องเที่ยว และบริการ โดยจะหารือลงลึกแต่ละคลัสเตอร์ในแต่ละกลุ่มสินค้าว่าจะดำเนินการอย่างไรให้สอดรับแนวโน้มธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งการเข้าสู่สังคมสูงวัย การเข้ามาของเทคโนโลยี (technology disruption) และสงครามการค้าสหรัฐ-จีน

theme การจัดงานสัมมนา คือ “85 ปี แห่งความทุ่มเท ให้ไทยเท่ ไทยเท่าเทียม ไทยยั่งยืน” เพื่อสะท้อนภาพการดำเนินงานขององค์กรที่ยาวนานกว่า 85 ปี โดยดำเนินนโยบายตามแนวคิด ไทยเท่ คือ ความภูมิใจและกล้าที่จะนำวัฒนธรรมท้องถิ่นของไทยที่ดีงาม มาผนวกกับนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ สร้างเป็นสินค้าและบริการที่แตกต่าง มีมูลค่าเพิ่ม และน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในการดำเนินธุรกิจ สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ นโยบายการปี 2560-2561 เน้นการทำงานร่วมกันระหว่างเครือข่ายหอการค้าจังหวัด สมาคมการค้า หอการค้าต่างประเทศ มหาลัยหอการค้าไทย และมหาวิทยาลัยในพื้นที่ รวมทั้งภาครัฐที่เกี่ยวข้องและการให้ความสำคัญของสมาชิกคนรุ่นใหม่ young entrepreneur chamber of commerce (YEC) ซึ่งจะเป็นพลังสำคัญที่จะนำแนวความคิดใหม่ ๆ มาต่อยอดร่วมกับหอการค้าจังหวัดพัฒนาประเทศต่อไป ทั้งนี้ อยากเห็นนโยบายเศรษฐกิจพรรคการเมืองช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ ลดความเหลื่อมล้ำ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

เหนือหนุนสปอร์ตทัวริซึ่ม

นายวิโรจน์ จิรัฐิติกาลโชติ ประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจภาคเหนือ หอการค้าไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ภาคเหนือตั้งเป้าการเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชื่อมโยงภูมิภาค GMS โดยเตรียมเสนอ 5 มิติ ในการพัฒนา ได้แก่ 1.ด้านการพัฒนาเศรษฐกิจ 2.การค้าชายแดน 3.เกษตรกรรม 4.การท่องเที่ยว 5.การรักษาความยั่งยืน มั่งคั่ง ยกตัวอย่างด้านเกษตร มุ่งเน้นเกษตรอินทรีย์ เกษตรปลอดภัย เสนอสร้างเซ็นทรัลแล็บเพิ่มอีกหนึ่งแห่งในภาคเหนือตอนล่าง ซึ่งรวมถึงทำคิวอาร์โค้ดเพื่อสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ และเกษตรแปรรูป รวมถึงเรื่องการส่งออก

ชู 1 หอฯ 1 ครอบครัวยากจน

ว่าที่ ร.อ.จิตร์ ศิรธรานนท์ ประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคกลาง หอการค้าไทย เปิดเผยว่า ข้อเสนอของภาคกลางสอดคล้องกับหอการค้าไทย มีทั้งหมด 3 ด้าน คือ

1.ด้านเกษตร ทำเรื่องผักปลอดสารพิษ                                                                                         2.การค้า บริการ จะมุ่งด้านดิจิทัล นำเทคโนโลยีมาช่วยพัฒนาด้านการค้าและบริการ              3 .การท่องเที่ยว เน้นการท่องเที่ยวชุมชน เชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวขึ้นมา เช่น เส้นทางศิลปวัฒนธรรม ไหว้พระ

นอกจากนี้ยังระดมความคิดเสนอโครงการ 1 หอการค้า 1 ครอบครัวยากจน โดยให้หอการค้าทั้ง 76 จังหวัด เข้าไปดูครอบครัวที่ยากจน ทั้งวิเคราะห์สาเหตุ ให้คำแนะนำ เพื่อให้ครอบครัวเหล่านั้นพ้นขีดความยากจน

ใต้เชื่อมไทยแลนด์ริเวียร์ร่า

ส่วนนายวัฒนา ธนาศักดิ์เจริญ ประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคใต้ ระบุว่าจะไม่เสนอปัญหาเรื่องยางพาราและปาล์มน้ำมัน เพราะเสนอไปหลายครั้งแล้ว แต่จะเสนอประเด็นการท่องเที่ยวชุมชน ต้องการให้ทำนโยบายไทยแลนด์ริเวียร์ร่าจาก จ.เพชรบุรี-ชุมพร-ระนอง ต่อขยายถึงทะเลสาบสงขลา และรัฐควรสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ในจังหวัดเมืองรอง

รวมไปถึงการทำระบบอินเทอร์เน็ตและไวไฟฟรีเข้าชุมชนที่ห่างไกล ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงชุมชน

ตะวันออกสร้างสหกรณ์เข้มแข็ง

นายปรัชญา สมะลาภา ประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก กล่าวว่า มีโครงการหลักที่จะนำเสนอต่อที่ประชุมหอการค้า ได้แก่ จันทบุรีนครผลไม้ นครอัญมณี และโครงการถนนเฉลิมบูรพาทิศ ส่วนโครงการขนาดกลาง เป็นโครงการเกษตรปลอดภัย เกษตรนวัตกรรม ใน จ.ฉะเชิงเทรา มีผลิตภัณฑ์ตัวอย่าง เช่น เมล่อนปลอดภัย

อีสานดันรีวิว กม.กระทบ SMEs

ส่วนนายประพันธ์ เตชะสกลกิจกูร ประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นำเสนอ 2 ประเด็น คือ

1.ขอให้พิจารณาเรื่องข้อกฎหมายที่ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) และเกษตรกร เช่น พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง, ภาษีท้องถิ่นของเทศบาล, พ.ร.บ.ว่าด้วยการแข่งขันทางการค้า                                                                                      2.มาตรการภาษีต่าง ๆ รวมถึงมาตรการดูแลสินเชื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

ขณะที่นายสมิง ยิ้มสิริ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวเพิ่มเติมว่า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้วางยุทธศาสตร์ให้เป็นศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การเกษตรและการบริการ ตั้งเป้าการเติบโตทางเศรษฐกิจไว้ที่ 7% ต่อปี

www.prachachat.net