เตรียมรับมือกับปัญหา.. คน เมื่อทำธุรกิจ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ในการเริ่มต้นทำธุรกิจ เราจะคิดเรื่องของ  การให้บริการการเงิน, สินค้า หรือ การตลาด มาก่อน และส่วนใหญ่ก็จะวางแผนไว้กับเรื่อง เหล่านั้น แต่อาจลืมไปว่าปัญหาใหญ่มาก อีกปัญหาของการทำธุรกิจ กิจการ คือเรื่องของคน

ปัญหาเรื่องคนที่ควรเตรียมรับมือ

1. ไม่รู้งาน   คือการไม่รู้หน้าที่ หรือทำงานไม่ถูกต้องตามกระบวนการ การลำดับความสำคัญไม่เป็น เวลาเกิดปัญหา เขาจะไม่เข้าใจ เขาถือว่า เขาทำงานของเขาแล้ว เขาไม่ดีที่ตรงไหน แต่เราทราบดี หากลำดับงานไม่เป็น ลำดับความสำคัญไม่เป็น ก็ไม่ต่างจากไม่รู้งาน เพราะผลกระทบของสิ่งนี้ ทำให้กระบวนการทำงาน การประสานงาน มีปัญหา นำสู่ประสิทธิภาพของทั้งระบบ เสียหาย ที่เห็นชัดคือ ล่าช้าอย่างแน่นอน

แนวทางเบื้องต้น

จัดปฐมนิเทศ ควรมี 2 สิ่งประกอบกัน คือ

1. รู้วัฒนธรรมองค์กร เป้าหมายองค์กร อย่างน้อยควรรู้ว่า วิสัยทัศน์ พันธกิจ คืออะไร

2. หน้าที่ต้องชัดเจน เช่น Job description, Procedure, Work in process  หน้าที่ความรับผิดชอบ ระเบียบการทำงาน ที่หลาย ๆ องค์กร ทำแบบเขียนเก็บเข้าตู้ไว้ และปฏิบัติโดยยืดหยุ่นเอา พอยืดหยุ่น  ก็ไปโทษว่าไม่รู้งาน ไม่รู้หน้าที่

2. ความสัมพันธ์   ทัศนคติ อคติ ของคนทำงาน   และเรื่องที่เกิดในหลาย ๆ องค์กร คือการพนัน แชร์ หนี้สิน สรุปรวมก็เรื่องเงินทอง  เมื่อมีการโกงกัน  ความสัมพันธ์ก็เกิดปัญหา ทั้งที่เหล่านี้ที่จริงไม่เกี่ยวกับงานเลย

แนวทางเบื้องต้น

ปรับทัศนคติรายบุคคล การมีกิจกรรมละลายพฤติกรรมก็ช่วยสานสัมพันธ์ได้ รวมถึงการสร้างวัฒนธรรมองค์กร กฎระเบียบ ที่ชัดเจน ห้ามมีการยืมเงิน พนัน เล่นหวย  แม้แต่เรื่องความสัมพันธ์ เพื่อไม่ให้มีปัญหาในที่ทำงาน เป็นการตัดไฟ แต่ต้นลม

3. ขาดแรงจูงใจ    Burn out คือ หมดไฟในการทำงาน เรื่องนี้พบเจอไม่ยากถ้าเคยเป็นหัวหน้างาน ผู้บริหาร ต้นเหตุมาจากหลายสาเหตุ แต่ความรู้สึกจะเหมือนภาวะที่หมดแรง เหนื่อยเกินไป โดยอาจเกิดจากความรู้สึกไม่ยุติธรรมต่าง ๆ เช่น หัวหน้างาน  พนักงานขาดแรงจูงใจ ส่วนที่เป็นต้นเหตุคือ การไม่ยอมรับระบบ หรือการเปลี่ยนแปลงที่เข้ามา จนทำให้ไม่พอใจงานที่ทำ

การขาดแรงจูงใจ อาจไม่ใช่คนที่ทำงานไม่ดี ไม่เก่ง ซึ่งภาวะเช่นนี้ บางส่วนอาจมาจากการมีภาระ หรือความสนใจกับสิ่งอื่นมากกว่างาน เช่น คนเคยทำงานดี จนได้รับเงินเดือนมากขึ้น โบนัสมากขึ้น แล้วก็ไปสร้างบ้าน เลยไปห่วงเรื่องสร้างบ้าน เพราะเป็นเรื่องใหญ่ ยิ่งหากมีปัญหากับช่างสร้างบ้าน ก็จะภาพชัดว่า เวลานี้ขาดแรงจูงใจในงานไปชั่วคราว ก็เป็นได้

แนวทางเบื้องต้น

ควรจะเป็นไปในรูปรายบุคคล หาต้นเหตุของแต่ละคนดู แต่ถ้าเป็นทั้งส่วน ทั้งแผนก ซึ่งเป็นไปได้ ก็อาจวิเคราะห์ได้ว่า เกิดจากระบบ หรือความไม่ยุติธรรม จนทำให้แผนกเห็นพ้อง มีแนวทางต่อต้าน คงต้องไปดูภาพรวมของแผนงาน ระบบการทำงาน ปรับสมดุลย์บางอย่างในการทำงาน สร้างความเข้าใจใหม่

การพาไปทำกิจกรรม Outing วางแผน Career Path ให้มีภาพชัดเจน ผลตอบแทน

4. Ice berg
คนที่ทำอะไรแบบเดิม ๆ เปลี่ยนแปลงยาก ธุรกิจทุกวันนี้ยังไงก็ต้องเปลี่ยนแปลง แม้ว่าส่วนใหญ่คนนี้จะถือว่ามีคุณประโยชน์แก่บริษัท เพราะล้วนอยู่มานาน อยู่จนชิน ก็ด้วยเหตุนี้เช่นกัน ที่ทำให้ไม่อยากเปลี่ยนแปลงอะไร ทำงานกับคนใหม่ ๆ ยาก อายุก็เป็นปัจจัยด้วยเช่นกัน

แนวทางเบื้องต้น

ต้องทำให้เห็นข้อดีในการเปลี่ยนแปลงให้ได้ แต่ถ้าไม่ได้ หรือยังไม่ยอมรับ อาจต้องปรับเปลี่ยนให้ไปอยู่ในส่วนที่ไม่ขัดขวางการเปลี่ยนแปลง และการย้ายไป อาจเป็นแรงกดดันบางอย่าง เมื่อไปอยู่อีกที่หนึ่งแล้วถอยห่างจากที่เดิมไปแล้ว บางทีเขาจะมองกลับมาจุดเดิม และเห็นว่า หลายอย่างมันเปลี่ยนไป หากเขาพร้อมจะร่วมแนวทาง เขาก็จะเปลี่ยนเอง

5. การสื่อสาร
ปัญหาการสื่อสารในองค์กรก็มีผล ดังเช่น ผู้บริหารไม่เคยสื่อสารภาพกว้าง หรือแสดงวิสัยทัศน์ให้พนักงานได้เข้าใจ เช่นการพูดเชิงนามธรรมมากเกินไป เขาอาจไม่เข้าใจ รวมถึงไม่แน่ใจว่าจะมีส่วนร่วมกับสิ่งนั้นได้อย่างไร

การสื่อสารระหว่างกัน เช่น ในรูปแบบข้ามแผนก หรือแนวแทยง ทำให้ผลลัพธ์บางอย่างผิดพลาด ด้วยวัฒนองค์กรแต่ละที่อาจแตกต่าง

การใช้เทคโนโลยี ก็สร้างปัญหาในยุคนี้ หลายแห่งนิยมใช้ Line เป็นหลักในการสื่อสารการทำงาน ถ้าเราเข้าใจหลักการสื่อสารจริง ๆ แล้ว Line หรือการส่งข้อความแนวนี้ ไร้ประสิทธิภาพ และฉาบฉวยเกินไป ถ้าใช้ ให้โทรจะชัดเจนกว่า

6. การปกครอง   อาจเกิดขึ้นจาก โครงสร้างองค์กรไม่ชัดเจน ระบบงานซ้ำซ้อน ไม่รู้ใครเป็นหัวหน้าดี แต่ตัวหัวหน้างานเองก็เป็นปัจจัยสำคัญ เช่นว่า เมื่อมีการต่อต้านบางอย่างจากพนักงานต่อหัวหน้า แม้ในฐานะผู้บริหาร จะมองว่าหัวหน้าคนนี้กดี แต่ถ้าคิดสักนิด ต้องมีอะไรอยู่แน่นอน

แนวทางเบื้องต้น

ถ้าเป็นที่โครงสร้างองค์กร แก้ง่าย แค่ยอมรับก็ไปแก้ แต่ถ้าเป็นที่ตัวหัวหน้าค่อนข้างลำบากกว่า เพราะเปลี่ยนยาก จะไปลดระดับเขาคงเป็นเรื่องที่เสียความรูสึกต่อกัน ตรงนี้ในฐานะผู้บริหาร ต้องให้น้ำหนักดี ๆ ระหว่าง งานกับคน ถ้าองค์กรเล็ก ก็เป็นไปได้ว่า หัวหน้างานก็ต้องทำงานอยู่ แต่ถ้าองค์กรใหญ่ หัวหน้างานต้องจัดการคนได้มากกว่า ซึ่งหากดูความเหมาะสมแล้ว ควรจัดสรรงานกับการบริหารให้ชัดเจน เป็นไปได้ว่าถ้าองค์กรเล็กนั้น เราอาจใช้วิธีการโหวต เอาก็ได้ เพราะเน้นดูแลงานมากกว่าคน แต่ผู้บริหารจะเป็นผู้มีหน้าที่ดูแลคนมากกว่าแทน และรวมถึงเวลาจะหาหัวหน้าสักคน ก็ต้องคิดเรื่องคุณสมบัติการจัดการ การดูแลคน เอาไว้ด้วย

7. ระบบ
อะไรคือเรื่องของระบบ หรือปัญหาจากระบบเกี่ยวกับคนอย่างไร ในที่นี้อาจมองไปก็ได้ว่าเป็นเรื่องของการบริหารงานบุคคล เช่น หลักสากลอย่าง 3R’s (Recruit Retain Retire)  การคัดสรร, การปรับปรุง-พัฒนา, การวางแผนเกษียณ ในทำนองนี้ เหล่านี้ถ้าไม่มีการวางระบบให้ดีก็มีปัญหาได้ เช่น ด่านแรกเรื่องการคัดสรร  ถ้ามีการวางระบบที่ดี อย่างเกณฑ์การคัดเลือก คัดคุณสมบัติ กระบวนการสัมภาษณ์ สิ่งเหล่านี้ ถ้าทำได้ดี ย่อมคัดกรองคนที่เหมาะสมกับองค์กรได้ ลดปัญหาเรื่องคนไปมาก และถึงแม้ว่า เลือกมาแล้วจะขาดพร่องไปในด้านใด ก็จะใช้การ Retain ช่วย เช่นการอบรม การสอนงาน เป็นต้น แน่นอนว่าย่อมรวมถึงการวางแผนเกษียณ สวัสดิการต่าง ๆ ให้ด้วย

หาก รับแล้วมาทำงานอาทิตย์เดียวก็ไม่มา หมายความว่า ระบบคัดสรรของเราบกพร่องอย่างแน่นอน และสำหรับข้อนี้ วิธีการหลีกเลี่ยงปัญหาก็แค่ย้อนไปดูว่ามีระบบที่ดีหรือยังสำหรับส่วนต่าง ๆ

8. คนเก่งไป คนใหม่ไม่มี
ปัญหานี้ไม่เพียงแค่เรื่อง “สมองไหล” แต่เมื่อต้องการคนเพิ่ม หรือหาใหม่ ก็ยากเย็นไม่ค่อยจะมี  เรื่องนี้คงไม่ต้องขยายความกันว่าปัญหาคืออะไร

แนวทางเบื้องต้น

ควรหมุนเวียนเรียนรู้คนในองค์กรไว้บ้าง เพื่อแก้ปัญหาการขาดช่วงของงานเวลาเกิดคนออกไป แม้ไม่ดีเท่าแต่ก็บรรเทาความวุ่นวายได้ ส่วนหนึ่งถ้าเป็นองค์กรใหญ่ เติบโต เหล่านี้อาจมีปัญหาไม่มาก เพราะพร้อมทั้งสวัสดิการ และการหาพนักงาน   การรู้อย่างนี้แล้ว การเตรียมรับมือก็เป็นเรื่องที่ดี หาแหล่งรับสมัครงาน ลงทุนใช้บริการบริษัทจัดหางาน  และที่ดีที่สุดน่าจะเป็น  สร้างแรงจูงใจให้ได้ ให้เขาอยู่กับเรานาน ๆ

9. มลพิษ toxic
 ในการทำงาน มันจะมีประเภทที่โชว์เดี่ยวแบบเอาตัวเองรอด เอาแต่ตัวเองดีเด่น เช่นนี้ ก็เป็นมลพิษประเภทหนึ่ง เพราะทีมจะไร้แจงจูงใจ เหมือนทำไปตัวเองก็จะไม่เด่นเท่า ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วเราอยากได้ คนเก่งไม่ต้องมากหลายคน ดีกว่าเก่งมากคนเดียวแน่นอน

มลพิษอีกประเภทที่ชัดเจนคือ “พร้อมจะชน” ขึ้นง่าย ไม่ยอมใคร ประสานงานกับใครก็ไม่พอใจง่าย ๆ เชื่อว่าเราจะนึกออก แบบนี้บรรยากาศการทำงานแย่แน่นอน

บางประเภทที่ให้ผลคล้ายกันคือ การสื่อสารบกพร่อง ซึ่งอาจไม่ใช่แค่ประเภทที่อารมณ์ขึ้นง่าย เพราะบางคนก็ไม่ได้อารมณ์เสีย แต่ งง ๆ มึน ๆ ตลอดเวลา การคุยงานยากลำบาก

ทัศนคติลบสุด ๆ ในบางเรื่อง เช่น ทะเลาะกับภรรยา สามีทุกวัน ด่าทอรุนแรง ให้เราได้ยินในที่ทำงาน

ทั้งหมดนั้น ไม่จำเพาะการแสดงออกทั่วไป แต่ใน Social Network ก็สามารถทำให้รู้สึกได้ เพราะส่วนใหญ่แล้ว คนทำงานร่วมกันมักจะเป็นเพื่อนในกลุ่มสังคมเหล่านี้ด้วย

แนวทางเบื้องต้น

ถ้ามีพนักงานประเภทมลพิษ ควรขจัดออก ฟังดูใจร้าย แต่ไม่คุ้มค่าในหลายประการ เขาอาจไม่เหมาะกับที่นี่ และลองคิดว่าถ้าเขามีความสุข   เขาจะไม่เป็นเช่นนั้น ซึ่งถ้าในมุมความจำเป็น เขาก็ไปทำงานที่อื่นได้อยู่ดี เราสามารถช่วยเหลือเขาได้ในหลาย ๆ ทางเรื่องงานใหม่ด้วยซ้ำไป

ในยุคสมัยนี้ บางทีก่อนจะรับเข้ามาทำงาน อาจมีการขอส่อง facebook หรือ social media ก่อนก็น่าจะดี เพราะเหล่านี้ก็ทำให้เห็นทัศนคติบางอย่างได้ แต่เรื่องนี้ถ้าจะแก้กับบุคคลนั้น ๆ จริง ๆ ที่เป็นมลพิษนี้ คงต้องลงไปถึงจิตใจ ปมภายในจิต ว่าเขามีปัญหาอะไร

ทั้งหมดที่กล่าวมา เชื่อว่า ครอบคลุมหลากหลายปัญหา หลากหลายธุรกิจ สิ่งที่ควรจะคิดก็คือ ยอมรับและวางแผนให้ดีว่า ปัญหาเหล่านี้มีโอกาสมาแน่นอนไม่มาก ก็น้อย ไม่วันใด ก็วันหนึ่ง ซึ่งเป็นการดี ที่รู้แล้วว่าต้องเกิด ถึงเวลานั้นมันก็แค่แก้ไป ไม่ต้องเครียด…จบ

sirichaiwatt.com