เอสเอ็มอีจ่อปลดคนงานหนีตาย โควิด-19 ทุบเศรษฐกิจไทย ครึ่งปีแรกดิ่ง 5 แสนล้านบาท

 

 

 

 

 

 

นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย ที่สำรวจความคิดเห็นสมาชิกทั่วประเทศ เดือน ก.พ. ว่า อยู่ที่ระดับ 44.9 ต่ำสุดในรอบ 27 เดือน เพราะกังวลการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่มีความรุนแรงเพิ่มขึ้นต่อเนื่องและขยายวงกว้างไปทั่วโลก
รวมถึงนักท่องเที่ยวจีนลดลง และประเทศไทยถูกจัดเป็นประเทศเสี่ยงจากไวรัส โดยเบื้องต้นคาดว่า ใน 6 เดือนแรกของปีนี้ เศรษฐกิจไทยได้รับความเสียหายจากโควิด-19 ไม่ต่ำกว่า 500,000 ล้านบาท จากเดิมที่ประเมินไว้ที่ 230,000 ล้านบาท ในจำนวนนี้ ภาคการท่องเที่ยวและบริการได้รับผลกระทบ 350,000-450,000 ล้านบาท ที่เหลือเป็นภาคการส่งออกและอื่นๆ เป็นต้น

“แนวโน้มผลกระทบของภาคธุรกิจและภาคอุตสาหกรรมที่ได้รับจากโควิด-19 รวมถึงผลกระทบจากภัยแล้ง คาดว่า ครึ่งปีแรก เศรษฐกิจได้รับผลกระทบหนัก 500,000 ล้านบาท ถ้าไม่มีมาตรการใดๆมากระตุ้น จะส่งผลทำให้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจไทยปีนี้ขยายตัวต่ำกว่า 1% แน่นอน ซึ่งในเร็วๆนี้ ศูนย์เตรียมประเมินอัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ปีนี้ใหม่ แต่ต้องรอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจก่อนว่าเป็นอย่างไร โดยวงเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ 100,000 ล้านบาท ถือว่ายังน้อย เมื่อเทียบกับความเสียหายด้านเศรษฐกิจ”

นอกจากนี้ สมาชิกหอการค้าไทย ต้องการเสนอให้รัฐบาลเร่งเพิ่มมาตรการ สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนเกี่ยวกับการควบคุมการระบาดของไวรัส รวมถึงการบริหารจัดการน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการทางเกษตรและการอุปโภคบริโภค เร่งกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศด้วยการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และให้ออกมาใช้จ่าย หรือท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้น

และศูนย์ยังได้สำรวจเอสเอ็มอี ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ว่า เอสเอ็มอีได้รับความเสียหายในครึ่งปีแรกเฉลี่ยรายละ 484,847 บาท แยกเป็น ธุรกิจขนาดเล็ก เสียหายรายละ 141,663 บาท ขนาดกลางเสียหาย 1.046 ล้านบาท โดยธุรกิจที่อยู่ในกรุงเทพฯและปริมณฑล ได้รับผลกระทบมากที่สุดเฉลี่ยรายละ 1.009 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นภาคการผลิตและภาคบริการที่ได้รับผลกระทบมาก และยังพบว่า เอสเอ็มอี 72.7% มีโอกาสที่จะปลดคนงานลงอีก เพื่อประคองธุรกิจโดยแรงงานภาคบริการ การค้า ภาคการผลิตมีความเสี่ยงถูกปลดออกจากงานมากที่สุด.