เอสเอ็มอีไทยต้องเข้มแข็ง ช่วยชาติกระตุ้นเศรษฐกิจ

 

SMEs หรือวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม สำหรับความหมายของวิสาหกิจ (Enterprises) ครอบคลุมกิจการ 3 กลุ่มใหญ่ๆ ได้แก่ 1. กิจการการผลิต ครอบคลุมการผลิตในภาคเกษตรกรรมภาคอุตสาหกรรม และเหมืองแร่ 2. กิจการการค้า ครอบคลุมการค้าส่ง และการค้าปลีก3. กิจการบริการ เช่น การขายอาหาร ขายเครื่องดื่ม ของภัตตาคารและร้านอาหาร การให้บริการเช่าสิ่งบันเทิงและพักผ่อนหย่อนใจ เป็นต้น ปัจจุบันมีกว่า 5 ล้านราย
ล่าสุด สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ และ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม รวมทั้งภาคเอกชน

อย่างธนาคารยูโอบี และ เดอะ ฟินแล็บ ร่วม เปิดตัวผู้ประกอบเอสเอมอี 15 บริษัท จาก 150 บริษัท ที่ได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ Smart Business Transformation เพื่อสนับสนุนและพัฒนาขีดความสามารถของเอสเอ็มอีด้านดิจิทัลครั้งแรกในประเทศไทย

บริษัทเหล่านี้ครอบคลุมในหลายอุตสาหกรรม อาทิ อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ธุรกิจค้าปลีก อุตสาหกรรมท่องเที่ยวการขนส่งและอุตสาหกรรมการผลิต สำหรับเกณฑ์คัดเลือกพิจารณาจากการตระหนักถึงข้อจำกัดและความท้าทายของธุรกิจในปัจจุบันที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลง มีมุมมองที่เปิดกว้างต่อการทำธุรกิจแบบใหม่และการใช้เครื่องมือดิจิทัลเพื่อเพิ่มขีดความสามารถและยกระดับทางธุรกิจ

การเข้าร่วมโครงการดังกล่าว เพื่อช่วยเอสเอ็มอี นำโซลูชั่นดิจิทัลต่างๆ ไปใช้งานเพื่อส่งเสริมการทำการตลาดออนไลน์และปรับปรุงขั้นตอนการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นซึ่งจะส่งผลให้ธุรกิจสามารถเข้าถึงลูกค้าในประเทศไทยได้มากยิ่งขึ้นและขยายธุรกิจไปสู่ตลาดใหม่ได้ รวมทั้งได้ความรู้และแนวทางการทำงานในการปรับตัวและสร้างความเชื่อมั่นในการใช้นวัตกรรมใหม่ให้เหมาะสมกับธุรกิจของตนเอง ซึ่งเวิร์กช็อปจะจัดขึ้นในระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน 2562

นาย ตัน ชุน ฮิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารยูโอบี (ไทย) ระบุว่า เอสเอ็มอีจำนวนมากมีความกังวลในเรื่องความชำนาญและความซับซ้อนในการใช้ดิจิทัลโซลูชั่นต่างๆ เพราะการปรับองค์กรสู่ดิจิทัลเต็มตัวมีบทบาทสำคัญในทุกธุรกิจ เราจึงมุ่งที่จะช่วยให้เอสเอ็มอีไทยสามารถก้าวข้ามอุปสรรคและนำเทคโนโลยีไปใช้เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจให้ดียิ่งขึ้น สิ่งที่จัดขึ้นถือว่าเป็นการติดอาวุธและและทักษะดิจิทัลที่สำคัญให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เพื่อให้ธุรกิจของพวกเขาสามารถเติบโตได้ในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล

นายเฟลิกซ์ ตัน หัวหน้ากลุ่มงานร่วม เดอะ ฟินแล็บ กล่าวว่า เดอะ ฟินแล็บ ประสบความสำเร็จในการทำโครงการบ่มเพาะด้านนวัตกรรมให้แก่ผู้ประกอบการสิงคโปร์มาแล้วหลายรุ่นเป็นอีกครั้งที่เรารู้สึกตื่นเต้นอย่างมากที่จะได้นำประสบการณ์และความชำนาญมาช่วยให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในประเทศไทยสามารถปรับองค์กรสู่ดิจิทัลอย่างเต็มตัว    เพราะภาคธุรกิจเอสเอ็มอีนับเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจ

จะว่าไปแล้วทั้งรัฐบาลและภาคเอกชนให้การสนับสนุน เอสเอ็มอีอย่างเต็มที่ ทั้งเรื่องเงินกู้และกลยุทธิ์ต่างๆ เพราะถือว่าเอสเอ็มอี เป็นเครื่องจักรตัวสำคัญที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ และเมื่อได้มีการติดเขี้ยวเล็บให้เอสเอ็มอีเพิ่มเติมให้ทันสมัยเหมือนกับต่างประเทศ เชื่อว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้มากกว่าเดิม รวมทั้งต้องเร่งช่วยพัฒนาเอสเอ็มอี ที่ยังล้าหลัง อีกจำนวนมากที่ยังเข้าไม่ถึงทุน เข้าไม่ถึงเทคโนโลยี เพื่อให้ทันสมัยในเชิงรุก ให้สามารถแข่งขันได้ในยุคโลกดิจิทัลได้อย่างทั่วหน้า

https://www.naewna.com