แนวโน้มธุรกิจปี 2563

แนวโน้มธุรกิจปีหนูไฟ 2563 จะเป็นอย่างไร ผู้ประกอบการจะปรับตัวไปทิศทางไหน ในภาวะปัจจัยเศรษฐกิจไทย-เทศ และเทคโนโลยีที่เข้ามารุมเร้า

แนวโน้มที่น่าจะเกิดขึ้นในปี 2563 นี้ ที่พบเห็นจากสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในปี 2562 และมีแนวโน้มที่จะยังคงมีอยู่ หรือยกระดับความสำคัญมากขึ้นในปีใหม่นี้

เริ่มจากระดับมหภาคก่อน เศรษฐกิจโลกจะยังไม่สดใสต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทั้งการขึ้นๆ ลงๆ ของความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับจีน รวมถึงความไม่แน่นอนของ Brexit ในสิ้นเดือนนี้ อีกทั้งความเสี่ยงในด้านการเมืองการปกครองของภูมิภาคต่างๆ ส่งผลให้ผู้ประกอบการในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ประกอบการภาคส่งออกต้องประสบกับความท้าทายอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกับปีที่แล้ว ที่จะหนัก คือ ผู้ส่งออกหรือบริษัทที่อยู่ใน Supply Chain ที่เกี่ยวเนื่องกับผู้ประกอบการยักษ์ใหญ่ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลก (เช่น ผู้ส่งออกสินค้าไปจีน)

สำหรับการลงทุนในประเทศนั้น หลักๆ คงจะต้องหวังพึ่งการลงทุนของภาครัฐเป็นหลัก รวมทั้งการลงทุนจากต่างประเทศที่อาจจะเข้ามา สำหรับการลงทุนของภาคเอกชนในประเทศนั้น ยังไม่น่าจะเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตได้ ประกอบกับประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มตัว ทำให้อัตราการออมจะสูงกว่าอัตราการลงทุน ซึ่งส่งผลกระทบต่อค่าเงินบาทด้วยเช่นกัน

ในปีนี้จะพบว่ามีผู้ประกอบการขนาดกลางและย่อมเริ่มทยอยปิดตัวลงมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจที่สายป่านไม่ยาวพอ หรือไม่ได้มีความเข้มแข็งทางธุรกิจอย่างแท้จริง สำหรับองค์กรขนาดใหญ่นั้น จะพบเห็นความพยายามในการลดหรือบริหารต้นทุนกันมากขึ้น ซึ่งสุดท้ายแล้วก็หนีไม่พ้นที่จะมีการลดจำนวนพนักงาน สำหรับองค์กรที่ตัดสินใจไม่ลดพนักงานนั้น เรื่องของการ Reskills/Upskills จะเป็นโจทย์ที่ท้าทายแต่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง

สำหรับความท้าทายที่สำคัญที่ผู้บริหารองค์กรไทยจะต้องเผชิญในปีนี้ คือเรื่องทางเลือกของการเติบโตทั้งในโลกเก่าและโลกใหม่ โลกใหม่คือโลกธุรกิจที่เต็มไปด้วย Disruption แต่ก็เป็นโอกาสในการเติบโตใหม่ๆ มีความพยายามในการแสวงหา S-Curve ใหม่ๆ เป็นธุรกิจที่มีโอกาสสูงแต่กำไรก็ยังคงน้อยอยู่ แต่ขณะเดียวกันโลกเก่าก็คือธุรกิจดั้งเดิมขององค์กร เป็นธุรกิจที่เป็นฐานราก เป็นสิ่งที่มีความชำนาญ เชี่ยวชาญ ขณะเดียวกันโลกเก่านั้นก็กำลังถูก Disrupt จากการเปลี่ยนแปลงต่างๆ แต่ก็ยังคงเป็นธุรกิจที่ทำรายได้และสร้างกำไรเป็นหลัก ซึ่งการตัดสินใจและการบริหารที่เหมาะสมเกี่ยวกับโลกเก่าและโลกใหม่นี้ ถือเป็นความท้าทายที่ผู้บริหารองค์กรต่างๆ จะต้องเจอในปีนี้

ขณะเดียวกันองค์กรธุรกิจก็จะเผชิญกับความท้าทายในเรื่องเกี่ยวกับปัจจัยทางด้านสังคมและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง (Stakeholders) ขององค์กรมากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่สืบเนื่องมาจากปีที่ผ่านมา และจะทวีความสำคัญมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ESG (Environment, Social, Governance) หรือเรื่องของ Circular Economy รวมทั้งเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องกัน ผู้ถือหุ้นหรือการทำกำไรสูงสุด จะไม่ได้กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดเพียงปัจจัยเดียวที่ผู้บริหารองค์กรต่างๆ จะต้องตอบสนองอีกต่อไป แต่ผู้บริหารจะต้องคำนึงถึงทั้งเรื่องของสิ่งแวดล้อม ธรรมาภิบาล สังคม ชุมชน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอื่นๆ เพิ่มมากขึ้น

ทางเลือกหนึ่งในการเติบโตขององค์กรไทย คือการเข้าไปลงทุนในต่างประเทศ จะพบเห็นการขยายตัวเข้าไปในต่างประเทศขององค์กรธุรกิจของไทยมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศในกลุ่ม ASEAN อย่างไรก็ดี ก็ใช่ว่าการเข้าไปลงทุนในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นด้านการผลิตหรือการขาย จะง่ายและมีโอกาสประสบความสำเร็จทุกราย สิ่งที่องค์กรธุรกิจไทยจะต้องเผชิญคือการเข้ามาเป็นคู่แข่งของนักธุรกิจจากจีนและประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค

สรุปแล้วปี 2563 เป็นอีกปีที่ท้าทายสำหรับผู้บริหาร ยังไม่นับปัจจัยที่ไม่สามารถพยากรณ์หรือคาดการณ์ได้ เพียงแค่พิจารณาจากปัจจัยและแนวโน้มที่สืบเนื่องมาจากปีที่ผ่านมา ก็พอจะทำให้เห็นถึงความท้าทายที่ผู้บริหารจะต้องเผชิญ แต่ก็เชื่อว่าทุกๆ องค์กรก็คงจะเตรียมความพร้อมสำหรับปีหนูไฟนี้