กรมพัฒน์ เปิดเว็บ ‘Smart Directory’ เชื่อม SME-Startup

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า สร้างเว็บไซต์เชื่อมธุรกิจเอสเอ็มอีกับสตาร์ทอัพ ภายใต้ชื่อ Smart Directory พบขณะนี้มีสตาร์ทอัพเข้าร่วมโครงการแล้วจำนวน 104 ราย สามารถจับคู่และช่วยแก้ปัญหาให้กับเอสเอ็มอีแล้วจำนวน 63 ธุรกิจ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้กว่า 150 ล้านบาท นางสาวบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้รับมอบหมายจากกระทรวงพาณิชย์ ให้ยกระดับศักยภาพภาคธุรกิจไทยโดยเฉพาะการสนับสนุนธุรกิจเอสเอ็มอีให้สามารถพัฒนารูปแบบธุรกิจใหม่ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี ไปสู่การเป็น Smart Enterprise รวมถึงการส่งเสริมธุรกิจสตาร์ทอัพให้สามารถเติบโตได้อย่างมั่นคง เป็นที่รู้จักและเชื่อมโยงไปสู่การแก้ปัญหาธุรกิจของเอสเอ็มอีได้ ซึ่งกรมฯ ตระหนักดีว่า ‘การจัดทำฐานและเชื่อมโยงข้อมูล’ ของธุรกิจสตาร์ทอัพและเอสเอ็มอีจะเป็นเครื่องมือสำคัญ ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำธุรกิจ รวมทั้งเกิดแนวทางแก้ไขปัญหาที่สอดรับกับปัญหาการทำธุรกิจ (Pain Point) ของเอสเอ็มอีได้ตรงจุดและต่อยอดได้ในระยะยาว อธิบดีกล่าวต่อว่า ขณะนี้กรมฯ ได้จัดทำฐานข้อมูลดังกล่าวผ่านเว็บไซต์ https://smart-directory. co.th เสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยจะเป็นแหล่งข้อมูลที่มีประโยชน์ต่อเอสเอ็มอีอย่างมาก ซึ่งไฮไลท์สำคัญของเว็บไซต์นี้คือส่วน Explore Solution จะช่วยเชื่อมโยงปัญหาการทำธุรกิจของเอสเอ็มอี (Pain Point) ให้เข้าสู่บริการของสตาร์ทอัพตามปัญหาการดำเนินธุรกิจ 5 ด้าน ได้แก่ การบริหารจัดการ, การตลาด, การเงินและบัญชี, ขนส่งและจัดเก็บสินค้า, e-Commerce และตามประเภทธุรกิจเป้าหมาย 7 ประเภท ได้แก่ ท่องเที่ยวและโรงแรม, สินค้า/บริการไลฟ์สไตล์, อาหารและการเกษตร, บริการสุขภาพ, อสังหาริมทรัพย์, นวัตกรรมสำหรับธุรกิจขนาดย่อม และการศึกษา ซึ่งกระบวนการวิเคราะห์ของระบบจะให้เอสเอ็มอี เลือกปัญหาทางธุรกิจที่พบเจอ อาทิ การคืนสินค้าจากลูกค้า การเริ่มต้นขายสินค้าออนไลน์ การจ่ายเงินออนไลน์ ระบบการบริหารจัดการ ระบบการจัดส่งสินค้า เป็นต้น หรือ เอสเอ็มอีสามารถแจ้งปัญหาเพิ่มเติมได้นอกเหนือจากที่ระบบกำหนด จากนั้นระบบจะทำการจับคู่กับสตาร์ทอัพเพื่อแก้ปัญหาตามที่แจ้งไว้และรายงานผลกลับไปที่เอสเอ็มอีผ่านทางอีเมล์ที่แจ้งเอาไว้ บริการนี้จะทำให้เอสเอ็มอีสามารถแก้ปัญหาได้โดยการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมจากสตาร์ทอัพมาใช้ให้ธุรกิจเติบโต ทั้งนี้ผู้ใช้ระบบที่เป็นสตาร์ทอัพสามารถลงทะเบียนเพิ่มเติมในส่วนหัวข้อสตาร์ทอัพ เพื่อเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของผู้ให้บริการได้ด้วย ซึ่งจะทำให้เอสเอ็มอี มีโอกาสพบเห็นและช่วยแนะนำบริการของสตาร์ทอัพ ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างผ่านเว็บไซต์ Smart Directory ปัจจุบันมีสตาร์ทอัพเข้าร่วมโครงการแล้วจำนวน 104 ราย สามารถจับคู่และช่วยแก้ปัญหาให้กับเอสเอ็มอีแล้วจำนวน 63 ธุรกิจ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ถึง 150,656,920 บาท นอกจากนี้ยังมีหัวข้อ Success Stories ที่จะเปิดพื้นที่ให้สตาร์ทอัพและเอสเอ็มอีได้ถ่ายทอดเรื่องราวตั้งแต่จุดเริ่มต้นของธุรกิจจนกระทั่งประสบความสำเร็จในปัจจุบันด้วยการยกระดับตนเองสู่ Smart Enterprise ด้วยนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อสร้างแรงบันดาลใจและทางลัดการทำธุรกิจให้สำเร็จแก่ผู้เข้าใช้งานระบบ สำหรับการจัดทำเว็บไซต์ Smart Directory ในครั้งนี้กรมฯ คาดหวังว่าจะช่วยให้เอสเอ็มอีสามารถนำบริการของสตาร์ทอัพมาใช้เป็นเครื่องมือแก้ไข Pain Point และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ รวมถึงสตาร์ทอัพได้ขยายโอกาสทางการตลาด เชื่อมโยงพื้นที่การแลกเปลี่ยนข้อมูลและการแก้ปัญหาในการดำเนินธุรกิจ (Business Solution) ระหว่างธุรกิจทั้ง 2 รูปแบบให้เกื้อกูลกันทางธุรกิจได้ต่อไป” อธิบดีกล่าวทิ้งท้าย

— ที่มา : MGR Online